7 ความเชื่อเรื่องแว่นกีฬา

7 Myths about sports sunglasses

ความเชื่อเกี่ยวกับแว่นกันแดดกีฬาที่ถูกสั่งสม กันมา หรือเล่าต่อกันมา เป็นความจริงแค่ไหน

1. จริงหรือ? วันไหนฟ้าครึ้ม ไม่ต้องใส่แว่นกันแดดก็ได้

รังสี uv สามารถทะลุผ่านก้อนเมฆได้แบบสบายๆ ดังนั้นการใส่แว่นกันแดดในตอนกลางวัน จะช่วยป้องกัน รังสี uv ได้

2.จริงหรือ? เลนส์สีเข้ม กันรังสี uv ได้ดีกว่า เลนส์สีอ่อน

สีของเลนส์ ที่แตกต่างกัน ในแว่นแต่ละอัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการป้องกันรังสี uv ได้มาก หรือ น้อย เพราะเป็นเพียงการย้อมสีเลนส์ให้มีสีตามต้องการ วัสดุที่เรียกว่า “polycarbonate” มีคุณสมบัติในการป้องกันรังสี uv อยู่แล้ว สีเลนส์ที่เข้มกว่าจึงไม่กัน รังสี uv ได้มากกว่า

3.จริงหรือ? เด็กไม่จำเป็นต้องใส่แว่นกันแดด

เด็กมักจะเพลิดเพลินกับการเล่นนอกบ้าน ได้นานกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นโอกาสที่ดวงตาจะสัมผัสกับ รังสี uv จึงมีมากกว่าผู้ใหญ่ หลายเท่า การสวมแว่นกันแดดเด็ก ในขณะที่เล่นอยู่นอกบ้าน จึงสำคัญกับเด็ก

4. จริงหรือ? แว่นกันแดดกีฬา ต้องคอยเปลี่ยนสีเลนส์ตามสภาพอากาศ

สีเลนส์ไม่มีผลต่อการมองเห็นเพิ่มขึ้นหรือลดลง สีเลนส์จะทำให้เราเห็นสีบางสีเข้มขึ้น และบางสีอ่อนลง

การเปลี่ยนเลนส์จะมีผลก็ต่อเมื่อ เลนส์ แต่ละตัวมีค่า VLT ไม่เท่ากัน

ไม่ว่าเลนส์จะเป็นสีอะไร ก็จะมีค่า VLT cat#3 สำหรับมาตรฐานการใช้งาน outdoor

สีของเลนส์จึงเป็นเรื่องความสวยงาม

5.จริงหรือ? แว่นราคาแพง คุณภาพดีกว่า แว่นราคาถูก

ต้นทุนของแว่นมาจาก

1.วัสดุที่ใช้ผลิต และ ขั้นตอนการผลิต

2.ค่าการตลาด เช่น ค่าโฆษณา ค่าวางสินค้า ค่าเข่าสถานที่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าออกแบบ

3.การผูกขาดช่องทางการขาย จึงสามารถกำหนดราคาได้เอง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคู่แข่ง

ความเชื่อนี้ จึงอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด

6. จริงหรือ? เลนส์แว่นกันแดดกีฬา เลนส์ต้องใหญ่ถึงจะดี

คุณสมบัติเลนส์แว่นกีฬาที่ดี คือกันรังสี uv 100% เข้าสู่ดวงตา ดังนั้นแว่นใหญ่ แต่ไม่กันแสงเข้าด้านข้าง ก็ไม่สามารถกัน uv ได้รอบด้าน

7. จริงหรือ? ใส่คลิปสายตา แล้วจะมึนหัว

สาเหตุที่ทำให้มึน เมื่อใส่คลิปสายตาติดแว่นกันแดด

1. ระยะห่างตาดำกับจุดโฟกัสของเลนส์ ขยับเข้ามา เนื่องจากมีคลิปเพิ่มเข้ามา

2. Index ของเลนส์ เปลี่ยนแปลง จะทำให้เลนส์หนาขึ้น หรือ บางลง ก็มีผลต่อระยะห่างของตาดำ กับ จุดโฟกัสของเลนส์ เปลี่ยนไป

ทั้งหมดเป็นปัญหาของการปรับตัว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระยะห่างของเลนส์ เท่านั้นเอง

คลิปสายตา ไม่ได้ผิดอะไร

ความเชื่อนี้จึง ไม่จริง

Advertisements

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

เลนส์ปรับแสง

Photochromic sunglasses

เลนส์ปรับแสง หรือ เลนส์photochromic ส่วน transition เป็นชื่อยี่ห้อ ของเลนส์ photochromic

ทำไมจึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักปั่น

นักปั่นหลายคนปั่นนานขึ้น จึงเจอกับหลายสภาพอากาศ

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง เป็นแว่นที่ทำใช้ได้กับทุกสภาพอากาศ

การทำงานของเลนส์ ปรับแสง photochromic

เลนส์ปรับแสง จะทำปฏิกริยากับรังสี uv ด้วยสารที่ผสมลงในตัวเลนส์ ที่มีชื่อว่า silver chloride

Photochromic sunglasses

ก่อนโดนรังสี uv : ค่า VLT cat#3= 48%

Photochromic sunglasses
หลังทำปฏิกิริยากับแสง uv :ค่า VLT cat#1= 12%

VLT Range อยู่ระหว่าง cat#1-cat#3

แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง

ค่า VLT category คืออะไร

ความหมายของ VLT (visible light transmission) คือ ปริมาณแสงที่เลนส์ยอมให้ผ่านได้ ตัวอย่าง

  1. VLT 100% คือแสงผ่านได้หมด เป็นเลนส์ใส
  2. VLT 1% คือแสงแทบจะผ่านไม่ได้ เลนส์มืดสนิท
  3. ส่วน category คือ ช่วง % ที่แสงผ่านได้ เพื่อกำหนดประเภทการใช้งาน

ลักษณะเลนส์ photochromic

  1. เลนส์เปลี่ยนสีเมื่อทำปฏิกริยสกับรังสี uv
  2. วันที่ฟ้าครึ้ม ไม่ได้แปลว่าไม่มีรังสี uv เพราะ uv สามารถทะลุผ่านก้อนเมฆได้
  3. การใช้งานภายในรถ จะไม่ทำให้เลนส์เปลี่ยนสี เพราะ รังสีuv ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกรถได้
  4. อากาศเย็น เลนส์จะปรับสีเข้ม ได้มากกว่าอากาศร้อน
  5. การเปลี่ยนสีของเลนส์ เป็นเรื่องของการเปลี่ยนค่า VLT ไม่เกี่ยวกับการกัน uv ได้ลดลง
  6. เลนส์ปรับแสง มี 2 แบบ คือแบบจุ่ม กับ แบบเคลือบด้วยฟิล์มเป็นชั้น คุณภาพจะต่างกัน ราคาก็ต่างกัน

การเลือกเลนส์ปรับแสง

1.เลนส์ปรับแสง ที่เคลือบด้วยฟิลม์ เลนส์จะเปลี่ยนสีเร็วกว่า และมีอายุการใช้งานนานกว่า แบบจุ่ม

2. เลนส์ที่ใสเกินไป พอทำปฏิกริยากับรังสี uv จะปรับเป็นสีเข้มได้น้อย ผลคือ แสบตา

ดังนั้น เลนส์ปรับแสงสำหรับปั่นจักรยานจึงไม่จำเป็นต้องใส เมืองไทยอยู่ในเขตที่มีรังสี uv ในระดับสูงสุด

เลนส์ Polarized กับ Mirrored ควรเลือกอะไร

แว่นpolarized กับ แว่นmirrored ควรใช้แบบไหน

แสงแดดที่ส่องเข้าตา และแสงที่สะท้อนจากมุมต่างๆของพื้นผิวต่างๆ เช่น ผิวน้ำ ผิวถนน ผิวโลหะจากท้ายรถคันหน้า จะทำให้เกิดแสงจ้า จนบางครั้งทำให้ตาเราพร่ามัว ไปชั่วขณะ จนเกิดอุบัติเหตุ

ดังนั้นการรู้จักชนิดของ เลนส์ จะช่วยเราได้มากทีเดียว

Readyrun Polarized lens

เลนส์ Polarized

จะมี polarized flim ที่ทำหน้าที่ บล๊อก แสงสะท้อนในแนวราบ ที่เกิดจากการสะท้อน ของพื้นผิวต่างๆ โดยเฉพาะ หิมะ และ น้ำ ที่สะท้อนได้ถึง 80-100%

ฟิล์ม polarized จะตัดเพียงแสงสะท้อน แต่ไม่ได้กันรังสี uv ดังนั้นก่อนซื้อจึงต้องแน่ใจว่า เลนส์กัน uv 100% หรือไม่

ซ้ายเป็นภาพที่มองผ่านฟิล์ม polarized ในแนวตั้ง ส่วนรูปขวาคือแนวนอน

ส่วนวิธีสังเกต เลนส์polarized ให้ลอง หาแสงสะท้อนที่เกิดจากโลหะ เช่นแสงสะท้อนจากท้ายรถ แล้วมองผ่านแว่น polarized แสงสะท้อนจะลดลง และ ลองหมุนแว่น จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง แสงสะท้อนจะสว่างจ้าเหมือนเดิม เหมือนรูปด้านบน

Readyrun Mirrored lens

ในขณะที่เลนส์ Mirror

คือเลนส์ที่ เคลือบจาก metalic film ที่เป็นโลหะ เมื่อแสงผ่านเข้ามาที่เลนส์ จึงถูก metalic film ที่เคลือบอยู่ด้านนอกสะท้อนแสงกลับออกไป และปล่อยให้แสงผ่านได้บางส่วนในปริมาณที่น้อย

Reflection of Mirrored lens

ส่วนวิธีสังเกตุเลนส์ mirror คือเลนส์จะมีลักษณะเหมือนกระจกเงา

ซึ่งถ้าเรามองจากด้านนอกก็เหมือนเราส่องกระจก จะมีภาพสะท้อนจากเลนส์ เหมือนรูปด้านบน

และนี่คือสาเหตุที่เลนส์ mirror ได้รับความนิยม อีกทั้งดูโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน จึงเป็นที่นิยมในบรรดา celeb และเหล่านักกีฬา

แว่นจักรยาน
Mirrored coating sunglasses

ReadyRun Orange color metal film

ReadyRun Green/brown color metal film
ReadyRun Blue/smoke color metal film

การเลือกเลนส์mirror

เลนส์ที่ดี นอกจากกัน uv แล้วจะเคลือบด้วยฟิล์มหลายชั้น เพื่อให้การมองเห็นมีความนุ่มนวลขึ้น และมีcontrast มากขึ้น

เลนส์จึงมีสีด้านนอก กับด้านใน คนละสี

Readyrun sunglasses
Brown color film
Readyrun sunglasses
Smoke color film
ปั่นทัวร์ริ่ง ใช้แว่นอะไร

การปั่นทัวร์ริ่ง

เป็นการปั่นที่กินเวลายาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น และมีโอกาสล่วงเลยไปถึงค่ำ มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดทาง เจอทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ ร้อน ฝน และ หนาว เจอทุกสภาพถนน แบบไม่คาดฝัน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ที่เราไม่เคยไป และมันความท้าทายของทัวร์ริ่ง

แว่นสำหรับปั่นทัวร์ริ่ง

จึงจำเป็นต้องตอบรับ กับสถานการณ์จริง การเลือกแว่นที่เหมาะสมจึงช่วยให้การปั่นสนุกขึ้น ลดความกังวล และมีสมาธิในการปั่นมากขึ้น

แว่นที่ใช้จึงควรเป็น แว่นกีฬาเลนส์ปรับแสง หรือ เลนส์photochromic หรือ เลนส์ transition หรือ เลนส์ออโต้ ไม่ว่าจะเรียกกันว่าอะไร แต่มีคุณสมบัติดังนี้

เมื่อเลนส์ถูกรังสี uv เลนส์จะเปลี่ยนสีจากอ่อนเป็นเข้มภายในเสี้ยวนาที ด้วยสารที่ใช้เคลือบเลนส์ จะทำปฎิกริยากับรังสี uv ทำให้สีของเลนส์เข้มขึ้น จึงทำให้แสงผ่านเลนส์ได้น้อยลง จาก VLT cat 1 ไป VLT cat 3 เราจึงไม่ต้องหยีตา เมื่อเจอแสงจ้า

ในทางกลับกัน เมื่อรังสี uv หมดไป หรือพระอาทิตย์ตกดิน เลนส์ก็จะปรับสภาพกลับมา ที่ cat 1 หรือเลนส์ยอมให้แสงผ่านเพิ่มมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นมากขึ้นในตอนกลางคืน

การผลิตเลนส์ photochromic มี 2 แบบ

1. วิธี digging หรือใช้จุ่ม เลนส์ลงในสารที่ทำปฎิกริยากับรังสี uv (silver chloride) เพื่อทำให้เป็นเลนส์ปรับแสง

2. วิธี injection หรือ เคลือบฟิล์มที่มีส่วรผสมของสาร silver chloride เป็นชั้นๆ

นอกจากตัวเลนส์ ที่ต้องปรับแสงแล้ว แว่นควรมีคุณสมบัติอื่นๆที่จำเป็นมากๆ คือ

1. Water repellent

เลนส์ควรจะลดการเกาะตัวของหยดน้ำ จากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ฝนตก แดดออก

2. Vent designed

แว่นควรมีรูปแบบที่ลดการเกิดฝ้า การทำช่องระบายหลายๆจุด ทั้งตัวเลนส์ ขาแว่น และ แท่นรองจมูก จะช่วยให้เกิดการระบายความร้อนจากด้านนอก และ ด้านในของตัวแว่นได้รวดเร็ว

3. Custom fit

แว่นควรปรับได้ตามรูปลักษณ์ของจมูก และ ความกว้างของศีรษะ เพื่อป้องกันแว่นตก หรือลื่นไหลในขณะที่ปั่น โดยเฉพาะตอนขึ้นเขา เราคงไม่อยากปล่อยมือ มาขยับแว่น

4. จุดสัมผัส

ควรเป็นยาง silicon เพื่อลดการเสียดสี ด้วยการเดินทางที่ยาวนาน

5. เลนส์ต้องผ่านมาตรฐาน

impact resistant คือสามารถทนแรงกระแทก จากการดีดของหิน โดยรถยนต์ รถบรรทุก ที่วิ่งผ่านเรา

6. ค่า VLT (visible light transmission) อยู่ระหว่าง category 1 และ cat 3

ความหมายของค่า VLT = 100% แปลว่า แสงมา 100% ผ่าน 100% เลนส์จะใส

ค่า VLT = 1% แปลว่า แสงมา 100% จะผ่านได้ 1% เลนส์จะเข้ม

ค่า VLT ของเลนส์ปรับแสง จะเปลี่ยนค่าเมื่อเลนส์ทำปฎิกริยา กับ uv ค่าที่เหมาะกับเขตร้อนแบบเมืองไทย ควรอยู่ระหว่าง cat#1 กับ cat#3 ซึ่งเลนส์จะมีความเข้มเพียงพอเมื่อเจอแดดแรงๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม

Line ID: number2gadget

สายตาสั้น แต่อยากปั่นจักรยาน

สายตาสั้น แต่อยากปั่นจักรยาน

แว่นกีฬาคนสายตาสั้น

นักปั่นที่สายตาสั้น มักใช้แว่นสายตาในการปั่น จึงขาดความคล่องตัว เพราะแว่นจะลื่นไหลลงตลอดเวลาอันเนื่องจากเหงื่อ และน้ำหนักแว่น ทำให้นักปั่นต้องคอยขยับแว่นตลอดเวลา อาจทำให้เสียการทรงตัว

ผู้ผลิตแว่นกันแดดกีฬา จึงพัฒนาแว่นกันแดดกีฬา สำหรับคนสายตาสั้นขึ้นมา เนื่องจาก ร้อยละ 10 มีปัญหาสายตา และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

สิ่งที่พัฒนาออกมา คือ clip on สำหรับการนำไปตัดเลนส์สายตา

เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับ clip on สิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือก แว่น clip on มีดังนี้

Clip on คือ กรอบแว่นสายตา สำหรับติดกับเฟรมแว่นกีฬา

Clip on มี 3 แบบ

1.insert clip on(ติดหลังเลนส์กันแดด)

ค่าสายตา ประมาณ -700

สำหรับตัด single เลนส์ มองไกล อย่างเดียว เนื่องจากเป็น เลนส์สายตา ซ้อนเลนส์กันแดด ไม่ความจำเป็น ในการตัดเลนส์ชนิดอื่น

2. Direct clip เปลี่ยนเลนส์กันแดด เป็น คลิปสายตากันแดด

ค่าสายตาประมาณ -700

เหมาะกับเลนส์สายตา ทุกประเภท เพราะเป็นเลนส์สายตาชั้นเดียว

3. Flip up เป็นแว่น clip on แบบ insert clip on ชนิดหนึง ที่เลนส์กันแดด สามารถปรับขึ้น-ลง ได้

ค่าสายตา ประมาณ -700

เหมาะกับ Single เลนส์ มองไกล

    อีกทางเลือกหนึง คือ เอาเลนส์กันแดด ไป scan เพื่อตัดเป็นเลนส์สายตากันแดด

    ค่าสายตาที่ทำได้ ประมาณ -300 เนื่องจากเลนส์แว่นกีฬา มีค่าความโค้งมากกว่า clip สายตา และยังต้องดูข้อจำกัด ของกรอบแว่นด้วย

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    http://www.number2gadgetshop.com

    แว่นใส่วิ่ง ยี่ห้อไหนดี

    แว่นใส่วิ่ง ยี่ห้อไหนดี

    ReadyRun Extra light weight carbon sunglasses

    แว่นใส่วิ่ง

    New fasion stylist sports sunglass สำหรับ ใส่วิ่ง ปั่นจักรยาน และ แฟชั่น ด้วยน้ำหนักเพียง 19 กรัม จนไม่รู้สึกว่าแว่นกดทับดั้งจมูก ในขณะที่แว่นกีฬาทั่วไปจะหนัก ประมาณ 30-35 กรัม

    Grilamid TR90 frame, Switzerland

    เฟรม เป็นวัสดุTR90 เป็น polymer คุณภาพสูง น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น ทนความร้อน และสารเคมีจาก Grilamid ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

    แว่นใส่วิ่ง
    4 color

    ReadyRun F/Gun metal L/Brown+smoke mirror

    ReadyRun F/Matt black L/Black+smoke mirror
    ReadyRun F/Pearl white L/Blue+smoke mirror
    ReadyRun F/Yellow fluo L/ Blue+smoke mirror

    มี 4 สีให้เลือก

    แว่นใส่วิ่ง
    ReadyRun Polycarbonate lens

    ระเภทของเลนส์ Polycarbonate Mirror coating lens ที่ช่วยลดแสงจ้า ลดการเกร็งสายตาเมื่อเจอแดดจ้า ด้วยวัสดุที่เบากว่าเลนส์ PC ทั่วไป 37%

    Impact resistant testing pass vs not pass

    มาตรฐานแว่นสำหรับกีฬา ที่ผ่านการทดสอบ Impact resistant ANSI Z80.3 มาตรฐาน FDA ของอเมริกา

    กันแสง UV 100%

    แว่นใส่วิ่ง
    ReadyRun Water repellent lens

    water repellent ลดการเกาะตัวของหยดน้ำ ที่เกิดจากฝน และเหงื่อ ที่หยดลงตัวแว่นขณะเล่นกีฬา

    Bule flim coating vs none coating

    Enhance vision ตัวเลนส์ เพิ่มการมองเห็นได้ชัดขึ้น ด้วยชั้น flim สีฟ้า ที่เคลือบลงบนเลนส์

    แว่นใส่วิ่ง
    RradyRun 360° adjustable nose pad

    Adjustable nose pad แท่นรองจมูกปรับได้ตามรูปหน้าโดยการใช้ metal insert technology หุ้มยางใสแบบนุ่มด้านนอก และออกแบบมาให้กันลื่นไหลจากเหงื่อในขณะเล่นกีฬา

    แว่นใส่วิ่ง
    ReadyRun Carbon fiber temple

    Carbon fiber temple ขาแว่นทำจาก คาร์บอน ไฟเบอร์ ออกแบบให้น้ำหนักเบา แต่รักษาโครงสร้างที่สมดุลของน้ำหนักส่วนหน้า และส่วนหลัง

    แว่นใส่วิ่ง
    ReadyRun Anti-slip tip

    Anti- slip tip ปลายขาแว่นติดยางกันลื่น เสริมเพื่อกันลื่นไหลจากเหงื่อในขณะเล่นกีฬา

    แว่นใส่วิ่ง
    ReadyRun Sunglasses

    Product of origin Taiwan

    แว่นใส่วิ่ง
    ReadyRun Sunglasses

    ด้วยความเบาของแว่น ReadyRun ผู้สวมใส่จะรู้สึกว่า แว่นเป็นส่วนหนึงของร่างกายAll Day Sports Wear”

    วิธีตรวจสอบเลนส์แว่นกันแดด

    วิธีตรวจสอบเลนส์กันแดด

    4 วิธีเช็คง่ายๆ ว่าเลนส์มีคุณภาพ หรือ ไม่ได้คุณภาพ

    1. หามุมที่เราสามารถมองเห็นภาพสะท้อนจากเลนส์แว่น
    2. แนะนำให้หันหลังให้แสง ถ้าเป็นแสงแดดยิ่งดี
    3. ขยับเลนส์ ไปๆมาๆ แล้วคอยมองภาพสะท้อนในเลนส์ให้ดี
    4. ถ้าภาพสะท้อน เบลอ หรือ บิดเบี้ยว แสดงว่าเลนส์ไม่ได้คุณภาพ ใส่แล้วจะมึนหัว

    ส่วนสาเหตุที่เลนส์ไม่ได้คุณภาพ มาจาก

    • ผิวเลนส์ไม่เรียบตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเลนส์
    • กรอบไม่ได้มาตรฐาน
    • การเปลี่ยนเลนส์ สลับไปมาตามความเชื่อเรื่องสีเลนส์
    • การขึ้นรูปเลนส์ ด้วยพลาสติกแผ่นเดียว

      เลนส์ที่มีคุณภาพจะมีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนกว่า โดยการใช้แผ่นฟิลม์ เคลือบเป็นชั้น และสามารถกำหนด ปริมาณแสงผ่านเลนส์ได้ ตามมาตรฐาน VLT (visibility light transmision) หรือเอาแบบเข้าใจง่ายๆ เหมือนฟิลม์ติดรถยนต์

      เลนส์อันเดียวจึงใช้ได้ทุกสภาพอากาศ

      สีเลนส์แต่ละสีจะไม่แตกต่างกันในเรื่องของการให้แสงผ่านเลนส์เข้าสู่ดวงตาเราเพื่อให้มองเห็น สีเลนส์จึงเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล

      การสังเกตุเลนส์ที่มีคุณภาพ

      ส่วนมาก 80-90% สีเลนส์ด้านนอกกับด้านในคนละสี เช่น ด้านนอกสีฟ้า ด้านในสีน้ำตาล เนื่องจากขั้นตอนการผลิตที่เคลือบเลนส์เป็นชั้น ซ้อนกัน จึงทำให้เราสบายตามากขึ้นเมื่อเจอแสงแดดจ้า

      ในขณะที่เลนส์ ที่ไม่มีคุณภาพ มักจะมีสีเดียวทั้งด้านนอก และ ด้านใน เพราะใข้พลาสติกแผ่นเดียวในการอัดขึ้นรูปเลนส์ เพียงชั้นเดียว

      จุดสังเกตุคือ

      เลนส์จะมีสีเดียวทั้ง 2 ด้าน ผู้ใช้จะรู้สึกว่า ต้องคอยเปลี่ยนสีเลนส์ตามสภาพของแสงแดด เช่นแดดจ้าใช้สีเข้มๆ

      ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ เนื่องจากสีของเลนส์จะไปหลอกตาดำ จนทำให้รูม่านตาเปิดกว้างเพื่อรับแสง หากเลนส์ไม่มีมาตรฐาน VLT ตามสีของเลนส์

      เลนส์ photochromic เลนส์ปรับแสง

      เป็นเลนส์ที่เคลือบฟิมล์ที่ทำปฏิกริยากับรังสี uv เพื่อให้ค่า VLT เปลี่ยนแปลงตามปริมาณรังสี uv

      เลนส์ชนิดนี้จะมีค่า VLT ที่เปลี่ยนไปมาได้ตลอดเวลา เพราะเลนส์มีส่วนผสมของ silver chloride

      Photochromic lens

      Photochromic lens
      Photochromic lens

      Revo, Mirrored lens

      เป็นเลนส์ที่เหมาะกับกีฬากลางแจ้ง เช่น วิ่ง กอล์ฟ วอลเล่บอลชายหาด จักรยาน ที่แดดจัดๆ

      เลนส์ประเภทนี้จะมี flim mirror หรือ revo เคลือบอยู่ด้านนอก ซึ่งมีส่วนผสมของโลหะ เหมือนกระจกเงา flimจะทำหน้าที่ในการสะท้อนแสงกลับออกไป

      Mirror lens

      Mirror lens

      Mirror lens

      Revo lens

      Revo lens

      Polarized lens

      จะมีฟิมล์ polarized เคลือบเลนส์ อยู่ชั้นหนึง เพื่อตัดแสงสะท้อนในแนวนอนที่สะท้อนจากพื้นน้ำ ผิวโลหะ หิมะ และ พื้นถนน

      เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ และสกี เพราะแสงสะท้อนที่เกิดจาก คลื่นน้ำ และ หิมะ จะสะท้อนเข้าตาเราได้ 80-100% เลนส์ polarized จะทำงานได้ดีมากกับแสงสะท้อน

      Polarized lens
      Polarized lens