แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

เลนส์ปรับแสง

Photochromic sunglasses

นักปั่นหลายคน ใช้เวลาปั่นตั้งแต่เช้ามืด จนแดดเปรี้ยง บางคนชอบปั่นจักรยานช่วงเย็น เนื่องจากแดดไม่ร้อนมาก และล่วงเลยไปถึงกลางคืน หลายคนฝึกฝนจนปั่นได้นานขึ้น ไกลขึ้น แว่นที่เคยใช้อาจจะไม่เหมาะกับการปั่นที่เปลี่ยนไป

การใช้แว่นจึงควรปรับตามพฤติกรรมการปั่นของเรา

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง เป็นแว่นที่ทำให้การปั่นสะดวกสบายขึ้น เพราะ

  • ไม่จำเป็นต้องพกพาเลนส์หลายสี
  • การทำเวลาในการปั่น ของนักปั่น จะไม่มีใครหยุดรถเพื่อเปลี่ยนเลนส์
  • การเปลี่ยนเลนส์บ่อย จะทำให้กรอบแว่นหลวม จนในที่สุด เลนส์อาจหล่นในขณะปั่น

การทำงานของเลนส์ ปรับแสง photochromic

เมื่อเลนส์ถูกรังสี uv เลนส์จะเปลี่ยนสีจากอ่อนเป็นเข้ม

ในทางกลับกัน เมื่อรังสี uv หมดไป หรือพระอาทิตย์ตกดิน เลนส์ก็จะเปลี่ยนจากเข้มมาอ่อน

Photochromic sunglasses
Before: VLT= 48% สว่างพอกับเวลากลางคืน
Photochromic sunglasses
After: VLT= 12% มืดพอกับแดดจ้าในไทย

VLT Range อยู่ระหว่าง cat#1-cat#3

จากลักษณะของเลนส์ปรับแสง range หรือ ช่วง ของการปรับแสง จะอยู่ที่ 48-12% โดยประมาณ

แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ VLT category

  1. ความหมายของ VLT (visible light transmission) คือการที่เลนส์ยอมให้แสงผ่านได้
  2. 100% คือแสงผ่านได้หมด เป็นเลนส์ใส
  3. 1% คือแสงแทบจะผ่านไม่ได้ เลนส์มืดสนิท

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเลนส์ photochromic คือ

  1. เลนส์เปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกับรังสี uv
  2. วันที่ฟ้าครึ้ม หรือ เมฆมาก ไม่ได้แปลว่าไม่มีรังสี uv เพราะ uv สามารถทะลุผ่านก้อนเมฆได้
  3. การใช้งานภายในรถ จะไม่ทำให้เลนส์เปลี่ยนสี เพราะ รังสีuv ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกรถ
  4. อากาศเย็น เลนส์จะปรับสีเข้ม ได้มากกว่าอากาศร้อน หรือประเทศหนาวเลนส์จะปรับแสงได้ดีกว่าประเทศร้อน
  5. การเปลี่ยนสีของเลนส์ เป็นเรื่องของการปล่อยให้ปริมาณแสงผ่านเลนส์ ได้น้อยลง หรือเลนส์ทำหน้าที่ลดแสงจ้าที่สะท้อนจากผิวโลหะ กระจก ถนน ผิวน้ำไม่ได้แปลว่า กันแสง uv ลดลง เพราะถ้าเลนส์กันแสง uv ได้ 100% ก็คือกันได้ 100% ไม่ว่าเลนส์จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มหรืออ่อน

แว่นกีฬา เลนส์ปรับแสง

photochromic sunglasses

การเลือกเลนส์ปรับแสง จึงต้องดูว่าเราปั่นช่วงไหน ปั่นนานแค่ไหน

หลายคนเลือกเลนส์ใส เพราะกลัวไม่เห็นกลางคืน ซึ่งไม่ใช่ เพราะ เลนส์ใส ออกแบบมาสำหรับประเทศที่แดดไม่แรง หรือประเทศในเขตหนาว แค่นั้นเอง พอเจอแดดแรง เลนส์เข้มไม่พอ หรือกันแสงไม่อยู่ จนแว่นใช้ตอนแดดแรงไม่ได้

อีกอย่างที่คนไม่รู้คือ “แว่นหลายยี่ห้อ ไม่ได้ผลิตเอง ซ้ำร้าย หลายยี่ห้อ แค่เอา brand ตัวเองมาแปะ เพื่อขยาย range สินค้า ให้ครบ ทั้งๆที่ ไม่มีความเข้าใจเรื่องแว่นเลย”

ปัญหาจึงตกกับผู้บริโภค ที่ขาดความเข้าใจเพราะทั้งเจ้าของ brand ตัวแทนขาย คนขาย ก็ไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้

คำแนะนำ

แว่นphotochromic Range หรือ ช่วง ของค่า VLT สำหรับเมืองร้อน แดดแรง

  1. ตอนเจอแดด ค่า VLT ควรจะอยู่ที่ Cat#3
  2. ส่วนกลางคืน VLT Cat#1 ก็เห็นได้ปกติ

ก่อนซื้อจึงจำเป็นที่ต้องทราบค่า VLT ของเลนส์ปรับแสง

Advertisements
เลนส์ Polarized กับ Mirrored ควรเลือกอะไร

แว่นpolarized กับ แว่นmirrored ควรใช้แบบไหน

แสงแดดที่ส่องเข้าตา และแสงที่สะท้อนจากมุมต่างๆของพื้นผิวต่างๆ เช่น ผิวน้ำ ผิวถนน ผิวโลหะจากท้ายรถคันหน้า จะทำให้เกิดแสงจ้า ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตา จนบางครั้งทำให้ตาเราพร่ามัว ไปชั่วขณะ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากเรากำลังขับรถ ปั่นจักรยาน หรือ เล่นกีฬาอยู่

แว่นกันแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับคนที่เจอกับสภาพแดดแรง หรือต้องใช้ชีวิตนอกบ้าน ดังนั้นการรู้จักชนิดของแว่นกันแดด จึงช่วยให้เราเลือกแว่นได้เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งความแตกต่างที่เราควรเข้าใจคือ “เลนส์”

Readyrun Polarized lens

เลนส์ Polarized จะมี polarized flim ที่ทำหน้าที่ บล๊อก แสงสะท้อนในแนวราบ ที่เกิดจากการสะท้อน ของพื้นผิว ในมุมต่างๆ ทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ช่วยลดการเกร็งสายตา จึงทำให้รู้สึกสบายตา ซึ่งเหมาะกับ คนที่ต้องขับรถทั้งวัน คนที่ทำงานในทะเลที่ต้องเจอแสงสะท้อนตลอดเวลา จากคลื่นทะเล เช่น ชาวประมง และ นักตกปลาที่ใช้ชีวิตบนผิวน้ำเป็นเวลานาน เพราะผิวน้ำทะเลมีคลื่นตลอดเวลา จึงต้องเผชิญกับแสงสะท้อนจากพื้นน้ำ ที่สะท้อนแสงไดถึง้ 100%

Polarized เลนส์ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกัน รังสี uv ที่มาในแนวตั้ง ดังนั้นกิจกรรมที่ต้องรับแสงตรงๆจากดวงอาทิตย์ จึงไม่เหมาะกับ แว่น polarized

Left is vertical view, right is horizontal view

ส่วนวิธีสังเกต เลนส์polarized ให้ลอง หาแสงสะท้อนที่เกิดจากโลหะ เช่นแสงสะท้อนจากท้ายรถ แล้วมองผ่านแว่น polarized แสงสะท้อนจะลดลง และ ลองหมุนแว่น จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง แสงสะท้อนจะสว่างจ้าเหมือนเดิม เหมือนรูปด้านบน

Readyrun Mirrored lens

ในขณะที่เลนส์ Mirror คือเลนส์ที่ เคลือบจาก metalic film ที่เป็นโลหะ เมื่อแสงผ่านเข้ามาที่เลนส์ จึงถูก metalic film ที่เคลือบอยู่ด้านนอกสะท้อนแสงกลับออกไป และปล่อยให้แสงผ่านได้บางส่วนในปริมาณที่น้อย จึงไม่ต้องเกร็งตาจนเกิดอาการเมื่อยล้า และกันแสงจ้าที่สะท้อนมาจากพื้นผิวต่างๆ ได้ดีทีเดียว แต่การตัดแสงสะท้อนจากแนวราบจะสู้ เลนส์ polarized ไม่ได้

Reflection of Mirrored lens

ส่วนวิธีสังเกตุเลนส์ mirror นั้นง่ายมาก คือเลนส์จะมีลักษณะเหมือนกระจกเล็กๆอันหนึง ซึ่งถ้าเรามองจากด้านนอกก็เหมือนเราส่องกระจก จะมีภาพสะท้อนจากเลนส์ เหมือนรูปด้านบน และนี่คือสาเหตุที่เลนส์ mirror ได้รับความนิยม เพราะการมองจากด้านนอก คนมองจะเหมือนมองกระจก จึงทำให้ไม่เห็นสายตาเรา ว่ากำลังจับจ้องอะไรอยู่ อีกทั้งดูโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน จึงเป็นที่นิยมในบรรดา celeb และเหล่านักกีฬา

แว่นจักรยาน
Mirrored coating sunglasses

ReadyRun Orange color metal film

ReadyRun Green color metal film

ReadyRun Blue color metal film

ส่วนสีของเลนส์ mirror จะมีทั้งสีชมพู สีส้ม สีเขียว สีน้ำเงิน โดยที่สีไม่ได้แสดงถึง ปริมาณแสงที่ผ่านได้มากหรือน้อย เพราะถ้าเป็นเลนส์ mirror แล้ว สีเลนส์เป็นเรื่องของความสวยงาม ที่ต้องผสมผสานกับสีของเฟรมแว่นเพื่อให้ดูดี เราจึงเลือกสีได้ตามใจชอบ ในขณะที่เลนส์กันแดดทั่วไป ที่ไม่ได้มี metalic film สีของเลนส์จะเป็นตัวแยกแยะว่าสีไหน แสงผ่านได้มาก หรือ ผ่านได้น้อย สีไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

Readyrun sunglasses
Brown color film
Readyrun sunglasses
Smoke color film

ส่วนด้านในของเลนส์ โดยปกติจะเคลือบด้วย film สีน้ำตาล หรือ เทา ซึ่งเป็น film ที่ทำให้เกิด contrastได้ดี และไม่บิดเบือนสีจากสีปกติ เราจึงเห็นภาพที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด แว่น mirror จึงเป็นแว่นที่เหมาะกับการใช้งานในคนที่มีกิจกรรม out door ที่รับแสงโดยตรงจากดวงอาทิตย์ จึงเหมาะกับกีฬา out door เช่น วิ่ง ปั่น กอล์ฟ เพราะเลนส์กัน uv ได้ 100%

ไม่ว่าแสงจะมาแนวตั้งจากแสงอาทิตย์ หรือ แนวนอนจากแสงสะท้อน

ส่วนแว่น polarized เป็นแว่นที่เหมาะกับการใช้งานในสถานที่ที่ต้องเจอแสงสะท้อนจากพื้นผิวต่างๆ เช่น น้ำ หิมะ โลหะต่างๆ ในแนวราบ จึงเหมาะกับกิจกรรม ประเภทขับรถ เดินเรือ เพราะมีกระจก และ หลังคา คอยกันรังสี uv ที่มาจากแสงอาทิตย์โดยตรง

แว่น polarized จึงไม่กัน uv ได้ 100% ควรเช็คให้แ่นนอน ว่ามีการเคลือบ flim ที่กัน uv ด้วยหรือไม่

Polarized lens polarized lens

Mirrorred lens

#ปั่นทัวร์ริ่ง ใช้แว่นอะไร

การปั่นทัวร์ริ่ง เป็นการปั่นที่กินเวลายาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น และมีโอกาสล่วงเลยไปถึงค่ำ มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดทาง เจอทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ ร้อน ฝน และ หนาว เจอทุกสภาพถนน แบบไม่คาดฝัน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ที่เราไม่เคยไป และมันความท้าทายของทัวร์ริ่ง

แว่นสำหรับปั่นทัวร์ริ่ง จึงจำเป็นต้องตอบรับ กับสถานการณ์จริง การเลือกแว่นที่เหมาะสมจึงช่วยให้การปั่นสนุกขึ้น ลดความกังวล และมีสมาธิในการปั่นมากขึ้น

แว่นที่ใช้จึงควรเป็น แว่นกีฬาเลนส์ปรับแสง หรือ เลนส์photochromic หรือ เลนส์ transition หรือ เลนส์ออโต้ ไม่ว่าจะเรียกกันว่าอะไร แต่มีคุณสมบัติดังนี้

เมื่อเลนส์ถูกรังสี uv เลนส์จะเปลี่ยนสีจากอ่อนเป็นเข้มภายในเสี้ยวนาที ด้วยสารที่ใช้เคลือบเลนส์ จะทำปฎิกริยากับรังสี uv ทำให้สีของเลนส์เข้มขึ้น จึงทำให้แสงผ่านเลนส์ได้น้อยลง จาก VLT cat 1 ไป VLT cat 3 เราจึงไม่ต้องหยีตา เมื่อเจอแสงจ้า

ในทางกลับกัน เมื่อรังสี uv หมดไป หรือพระอาทิตย์ตกดิน เลนส์ก็จะปรับสภาพกลับมา ที่ cat 1 หรือเลนส์ยอมให้แสงผ่านเพิ่มมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นมากขึ้นในตอนกลางคืน

การผลิตเลนส์ photochromic มี 2 แบบ

1. วิธี digging หรือใช้จุ่ม เลนส์ เพื่อทำให้เป็นเลนส์ปรับแสง

2. วิธี injection หรือ อัดขึ้นรูป ให้ได้เลนส์ออโต้ หรือ เลนส์ปรับแสง แบบจุ่ม คุณภาพ จะด้อยกว่า แบบ ฉีด ซึ่งผู้ใช้อาจจะดูยากหน่อย ต้องใช้เวลา เพราะเลนส์จะเริ่มไม่เปลี่ยนสี

นอกจากตัวเลนส์ ที่ต้องปรับแสงแล้ว แว่นควรมีคุณสมบัติอื่นๆที่จำเป็นมากๆ คือ

1. Water repellent เลนส์ควรจะลดการเกาะตัวของหยดน้ำ จากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ฝนตก แดดออก

2. Vent designed แว่นควรมีรูปแบบที่ลดการเกิดฝ้า การทำช่องระบายหลายๆจุด ทั้งตัวเลนส์ ขาแว่น และ แท่นรองจมูก จะช่วยให้เกิดการระบายความร้อนจากด้านนอก และ ด้านในของตัวแว่นได้รวดเร็ว

3. Custom fit แว่นควรปรับได้ตามรูปลักษณ์ของจมูก และ ความกว้างของศีรษะ เพื่อป้องกันแว่นตก หรือลื่นไหลในขณะที่ปั่น โดยเฉพาะตอนขึ้นเขา เราคงไม่อยากปล่อยมือ มาขยับแว่น

4. จุดสัมผัส ควรเป็นยาง silicon เพื่อลดการเสียดสี ด้วยการเดินทางที่ยาวนาน

5. เลนส์ต้องผ่านมาตรฐาน impact resistant คือสามารถทนแรงกระแทก จากการดีดของหิน โดยรถยนต์ รถบรรทุก ที่วิ่งผ่านเรา

6. ค่า VLT (visible light transmission) อยู่ระหว่าง category 1 และ cat 3

ค่า VLT ที่เหมาะกับ แสงแดด เนื่องจาก เลนส์photochromiic จะมี range หรือ ช่วง ของการเปลี่ยนสีความเข้มของเลนส์ ซึ่ง จะมี range อยู่ที่ 40-50%

ดังนั้นถ้าเลนส์ ก่อนเจอแสงแดดใสมาก พอเจอแดด ก็จะเอาไม่อยู่ จนหลายคนใส่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแว่น

ค่า VLT เมื่อเจอแดด ควรอยู่ที่ 8-17% หรือ category 3 จึงจะรู้สึกสบายตาเมื่อเจอแดด

ค่า VLT = 100% แปลว่า แสงมา 100% ผ่าน 100% เลนส์จะใส

ค่า VLT = 1% แปลว่า แสงมา 100% จะผ่านได้ 1% เลนส์จะเข้ม

รายละเอียดเพิ่มเติม

Line ID: number2gadget

สายตาสั้น แต่อยากปั่นจักรยาน

สายตาสั้น แต่อยากปั่นจักรยาน

แว่นกีฬาคนสายตาสั้น

นักปั่นที่สายตาสั้น มักใช้แว่นสายตาในการปั่น จึงขาดความคล่องตัว เพราะแว่นจะลื่นไหลลงตลอดเวลาอันเนื่องจากเหงื่อ และน้ำหนักแว่น ทำให้นักปั่นต้องคอยขยับแว่นตลอดเวลา และแสงแดดที่เข้าตา ทำให้นักปั่น สายตาสั้น ต้องเลี่ยงการปั่นในช่วงที่มีแดด

ผู้ผลิตแว่นกันแดดกีฬา จึงพัฒนาแว่นกันแดดกีฬา สำหรับคนสายตาสั้นขึ้นมา เนื่องจาก ร้อยละ 10 มีปัญหาสายตา และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

สิ่งที่พัฒนาออกมา คือ clip on สำหรับการนำไปตัดเลนส์สายตา

เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับ clip on สิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือก แว่น clip on มีดังนี้

  1. Clip on คือ กรอบแว่นสายตา ที่เรานำไปให้ร้านตัดแว่นสายตา ตัดเลนส์สายตา โดยผู้ใช้ต้องวัดค่าสายตา ว่า สั้น เอียง เท่าไหร่ ซึ่งแต่ละคน จะมีค่าสายตาไม่เท่ากัน

  • Clip on มี 2 แบบ insert clip on(ติดหลังเลนส์กันแดด) กับ direct clip on (เปลี่ยนจากเลนส์กันแดด เป็น เลนส์ clip on)

  • Flip up เป็นแว่น clip on แบบ insert clip on ชนิดหนึง ที่เลนส์กันแดด สามารถปรับขึ้น-ลง ได้

  • แว่นกีฬาทุกประเภท มีค่าความโค้งของรูปทรงแว่น FFA> 8 (face form angle) เพื่อความเป็น sport ในการกันแสงด้านข้าง
  • Clip on คือกรอบแว่นสายตา ที่มีออกแบบมาให้ยึดติดกับตัวแว่นแต่ละรุ่นเฉพาะตัว
  • Clip on สามารถถอดเข้าออกจากแว่นกันแดดได้ ดังนั้นเมื่อค่าสายตาเปลี่ยน ยังใช้ clip on ตัวเดิมได้ เปลี่ยนแต่เลนส์สายตาเท่านั้น
  • กรอบ Clip on มีค่าความโค้ง base curve 4 จึงสามารถใช้เลนส์สายตา แบบมาตรฐานในการตัดแว่นสายตาทั่วไปได้
  • เนื่องจาก clip on มีความโค้ง ดังนั้น focus ของเลนส์ ต้องถูกต้อง แม่นยำ จึงจะไม่ทำให้ผู้ใช้มึนหัว การวัดค่าสายตาจึงควรวัดกับจักษุแพทย์ และ นักทัศนมาตร ที่มีใบประกอบวิชาชีพที่ผ่านการเรียนมา จึงจะได้ค่าสายตาที่ถูกต้อง แม่นยำกว่า การวัดค่าสายตากับผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ
  • การวัดค่าสายตาในร้านแว่นทั่วไป ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ และใช้เครื่องวัดคอมพิวเตอร์ จะได้ค่าสายตาที่มีความแม่นยำเพียง 80% จากสถิติ สามารถทดสอบได้ด้วยการวัดค่าสายตาในร้านประเภทนี้ สัก 3-4 ร้าน จะพบว่าได้ค่าสายตาที่แตกต่างกัน

    อีกทางเลือกหนึง คือการเปลี่ยนเลนส์แว่นกีฬากันแดด เป็นเลนส์สายตาแบบกันแดด ซึ่งทำได้ 2 วิธี คือ

    1. เอาแว่นกันแดดกีฬาทั่วไป ไปเปลี่ยนเป็นเลนส์สายตา แบบกันแดด หรือปรับแสงได้ด้วย ซึ่งราคาเลนส์จะสูงขึ้นมาก เนื่องจากแว่นกีฬาจะมีค่าความโค้ง FFA >8 จึงต้องใช้เลนส์โค้งในการตัดเลนส์ และ ทำได้เฉพาะร้านแว่นสายตาที่มีช่างที่ชำนาญเท่านั้น

    PhotoGrid_1511501360872.jpg

    แว่น single lens เปลี่ยนเป็นสายตากันแดดไม่ได้

    2. ใช้ Direct Clip On เป็น clip on ที่ออกแบบมาเพื่อใส่ในกรอบแว่นกีฬาโดยตรง โดยการถอดเลนส์กันแดดออก แล้วเปลี่ยนเป็นเลนส์ สายตากันแดด clip on ตามรูปด้านล่าง วิธีนี้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าวิธีแรกหลายเท่า และน้ำหนักก็จะเบากว่าการใช้ insert clip on

    Direct clip on

    Clip on จึงเป็นทางเลือกที่ผู้ผลิตแว่น ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับนักกีฬา สายตาสั้น โดยเฉพาะ เนื่องจากค่าสายตาจะมีการเปลี่ยน เมื่อเวลาผ่านไป การลงทุนกับ clip on เพียงอย่างเดียวจึงคุ้มค่ากว่า การนำแว่นกันแดดทรงสปอร์ท มาเปลี่ยนเป็นเลนส์สายตากันแดดทั้งอัน

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    แว่นกีฬาคนสายตาสั้น

    clip on sunglasses

    แว่นกีฬา คนสายตาสั้น
    แว่นกีฬา คนสายตาสั้น
    วิธีตรวจสอบเลนส์แว่นกันแดด

    วิธีตรวจสอบเลนส์กันแดด

    4 วิธีเช็คง่ายๆ ว่าเลนส์มีคุณภาพ หรือ ไม่ได้คุณภาพ

    1. หามุมที่เราสามารถมองเห็นภาพสะท้อนจากเลนส์แว่น
    2. แนะนำให้หันหลังให้แสง ถ้าเป็นแสงแดดยิ่งดี
    3. ขยับเลนส์ ไปๆมาๆ แล้วคอยมองภาพสะท้อนในเลนส์ให้ดี
    4. ถ้าภาพสะท้อน เบลอ หรือ บิดเบี้ยว แสดงว่าเลนส์ไม่ได้คุณภาพ ใส่แล้วจะมึนหัว เนื่องจากเกิดอาการเกร็งตาตลอดเวลา

    ส่วนสาเหตุที่เลนส์ไม่ได้คุณภาพ มาจาก

    • ผิวเลนส์ไม่เรียบตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเลนส์
    • เลนส์กับกรอบแว่น ไม่ฟิตพอดีกัน
    • การเปลี่ยนสีเลนส์สลับไปมา เพราะการง้างเฟรมบ่อยๆ ถ้าเฟรมมีความยืดหยุ่นไม่พอ การง้างทำให้เฟรมไม่คืนตัว
    • การใส่เลนส์ ที่ไม่มีความชำนาญ ใส่ไม่ลงล๊อค พอเลนส์บิดเบี้ยว ประกอบกับคุณภาพวัสดุต่ำ เลนส์จะไม่คืนตัว
    • คุณภาพของกรอบแว่น ใช้วัสดุ polymer คุณภาพถูก ไม่มีความยืดหยุ่น ไม่ทนต่อสารเคมี และ ไม่สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้
    • คุณภาพวัสดุ PC ที่ใช้ผลิตเลนส์ ไม่สามารถทนต่อความร้อน และ สารเคมี ได้เพียงพอ เกรดของ PC มีผลต่อเรื่องนี้โดยตรง ส่วนการเคลือบเป็นขั้นตอนในการสร้างมูลค่าเพิ่ม

          การเลือกแว่นกันแดดจึงควรคำนึงถึงคุณภาพเลนส์ เลนส์คุณภาพ ราคาเลนส์อย่างเดียวน่าจะอยู่ที่ 700 บาท หรือ 20 usd ดังนั้นแว่นกันแดดที่แถมเลนส์มามากมาย จึงต้องพิจารณาถึงคุณภาพเลนส์ว่ามีคุณภาพเพียงพอมั้ย การเลือกแว่นกันแดด จึงควรเลือกชนิดของเลนส์ ให้เหมาะกับกิจกรรม

          เลนส์ photochromic เหมาะกับการปั่นจักรยาน บางคนปั่นเช้าจรดค่ำ บ่ายถึงมืด เลนส์จะเปลี่ยนความเข้มเมื่อทำปฎิกริยากับรังสี UV โดยตรง การใช้งานในรถยนต์ เลนส์ photochromic จะไม่ทำงาน เนื่องจากกระจกรถยนต์ จะกันรังสี uv ได้อยู่แล้ว

          Photochromic lens

          Photochromic lens

          Photochromic lens

          Revo หรือ mirror coating lens เป็นเลนส์ที่เหมาะกับกีฬากลางแจ้ง เช่น วิ่ง กอล์ฟ วอลเล่บอลชายหาด จักรยาน ที่แดดจัดๆ เลนส์ประเภทนี้จะมีส่วนผสมของโลหะ เหมือนกระจกเงา เลนส์จะทำหน้าที่ในการสะท้อนแสงกลับออกไป และเหลือบางส่วนให้ผ่านเลนส์ เพื่อให้เรามองเห็น และลดแสงจ้า

          Mirror lens

          Mirror lens

          Mirror lens

          Revo lens

          Revo lens

          Polarized lens

          จะมีฟิมล์เคลือบอยู่ เพื่อตัดแสงสะท้อนในแนวนอนที่สะท้อนจากพื้นน้ำ ผิวโลหะ หิมะ และ พื้นถนน เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ และสกี เพราะแสงสะท้อนที่เกิดจาก คลื่นน้ำ และ หิมะ จะสะท้อนเข้าตาเราได้ 80-100% เลนส์ polarized จะทำงานได้ดีมากกับแสงสะท้อน

          Polarized lens
          Polarized lens

          รายละเอียดเพิ่มเติม www.number2gadgetshop.com

          #ตัดแว่นกีฬาสายตาสั้น #ใส่แล้วมึน

          #ตัดแว่นกีฬาสายตาสั้น #ใส่แล้วมึน

          นักกีฬาที่ใช้แว่นสายตาสั้น เล่นกีฬากลางแจ้ง เช่น ปั่นจักรยาน วิ่ง ตีกอล์ฟ มักจะเกิดความเครียดจากแสงแดด และการลื่นไหลของแว่นสายตา ทำให้ประสิทธิภาพลดลง อีกทั้งปัญหารังสี uv ที่ทำให้เกิดต้อ ในอนาคต

          #แว่นกีฬาสายตาสั้น จึงเป็นทางออก ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า การทำเรสิก และดีกว่าการใส่คอนแท็กเลนส์

          การตัด #แว่นกีฬาสายตาสั้น ทำได้ 2 วิธีคือ

          1.ใช้แว่นกันแดดติด คลิปออน สายตาสั้น

          2.ตัดเลนส์สายตากันแดด ใส่กรอบแว่นกีฬา

          แต่หลายคนมีอาการมึนหัว กับ แว่นที่ตัดมาใหม่ ทั้ง clip on และแว่นสายตากันแดด

          แล้วอะไรคือสาเหตุ?

          คลิปออน

          แว่นกันแดดกีฬา

          แว่นกีฬาคนสายตาสั้น flip up

          แว่นกีฬาคนสายตาสั้น

          แว่นกีฬาคนสายตาสั้น

          แว่นกีฬาคนสายตาสั้น

          แว่นกีฬาคนสายตาสั้น

          สาเหตุมาจากการขาดความเข้าใจ เรื่อง การตัดแว่น และความไม่รู้เกี่ยวกับวิธีวัดสายตา การโปรโมทของร้านแว่นตาซึ่งปกติจะทำประมาณนี้

          1.วัดค่าสายตาฟรี ตามร้านแว่นตาตามห้าง และหัวมุมถนน เราจะเห็นร้านแว่นตามห้างทุกห้าง ตามหัวมุมถนนแถบทุกที่ มีร้านตัดแว่นตากว่า 10,000 ร้าน มีทั้งเป็นร้านเดียว และร้านที่เป็นchain

          และเราจะได้กระดาษที่ปริ้น ออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมใบที่บอกว่า สั้น ยาว เอียง เท่าไหร่ ได้มาฟรีๆ

          เครื่องวัดสายตา ก้ประมาณนี้

          2.เครื่องจะบอกค่า PD(Pupillary Distance) คือค่าระยะห่างของรูม่านตาทั้ง 2 ข้าง

          เราจะเห็นตัวเลข PD 70 mm จากกระดาษด้านล่าง

          3. ร้านจะแนะนำเลนส์ ให้เลือกประเภทของเลนส์สายตา เพื่อนำไปใส่กรอบแว่นกีฬา หรือกรอบเลนส์ คลิปออ

          Lens index

          สั้นมาก เลนส์ก็จะหนาขึ้นตามค่าสายตา

          เลนส์ index ยิ่งมีค่าสูง จะยิ่งบาง

          สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นจริง จากการตัดแว่นสายตาด้วยการวัดค่าสายตาฟรีๆ และด่วนคือ

          1. ได้ค่าสายตาที่คลาดเคลื่อน 20%

          การวัดด้วยคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ที่ใช้เวลาเพียงไม่นาน จะมีความแม่นยำเพียง 80% และถ้าเป็นเด็ก จะเหลือเพียง 50%

          และนี่คือสาเหตุที่คนไทยสายตาสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะค่าสายตาไม่ถูกต้อง เราโดนแว่นบังคับให้สายตาสั้นขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะดีขึ้นกลับแย่ลง

          ตัวอย่าง วัด 3 ร้านได้ค่าสายตาที่แตกต่างกัน ทั้ง 3 ร้าน ในวันเดียวกัน โดยคนที่ถูกวัดเป็นคนเดียวกัน แล้วจะเชื่อใคร?

          การอ่านค่าสายตา

          -แถวบนตาขวา แถวล่างตาซ้าย

          -กรอบซ้าย บอกว่า สั้น หรือ ยาว เท่าไหร่ สั้น ติดลบ ยาว จะเป็น บวก

          -กรอบขวา ค่าสายตาเอียง

          -Add สำหรับคนที่ต้องการตัดเลนส์ 2 ชั้น มองไกล กับ มองใกล้

          2.ค่า PD(Pupillary Distance) คือค่าระยะห่างของรูม่านตาทั้ง 2 ข้าง ไม่ได้แยก ซ้าย ขวา ใช้ตัวเลขรวม หาร 2

          ค่า PD ไม่ถูกต้อง ทำให้ focus ของเลนส์ อยู่ผิดตำแหน่ง เพราะไปใช้ค่ารวม เพราะบางคน ขวา กับ ซ้าย ไม่เท่ากัน เช่น ในรูป ข้าย 30 mm ขวา 32 mm. จุดfocus ของเลนส์เลยไม่ตรงกับลูกตาดำ

          3. การฝืนเลนส์สายตาที่โค้งน้อย ใส่กรอบแว่นกีฬาที่เป็นทรงsport สร้างความเครียดใหกับเลนส์ได้ จึงอาจมีผลต่อจุดโฟกัสของเลนส์ คลาดเคลื่อนได้

          แค่ตัวใดตัวหนึง ผิดพลาด ก็มีโอกาสทำให้มึนหัว พื้นลอย คแนะนำคือ

          1.การตัดเลนส์สายตาที่มีความโค้ง จึงต้องเลือกคนวัดค่าสายตาที่มีใบอนุญาติ มีประสพการณ์ เช่น จักษุแพทย์ และ นักทัศนมาตรที่เรียนมา และ วิธีวัดสายตาควรวัดหลายอย่างประกอบกัน การใช้เคื่องคอมตาห้าง ต้องขอบอกเลยว่า error 20%

          Trial Lens Set

          Phoropter

          ไว้อ่านระยะ

          PD meter เครื่องวัดค่า PD

          การวัดค่าสายตา แบบมาตรฐานควรมีประมาณนี้

          1.1 ห้องมืด เพราะต้องให้รูม่านตาเปิดกว้างที่สุด

          1.2 ห้องวัดสายตา มาตรฐานยาว 6 เมตร เพื่ออ่านค่าระยะ

          1.3 เครื่องมือควรมี เรติโน่หัวกระโหลก (phoropter) หรือ ชุดเลนส์เซ็ท (Trial Lens Set)

          2. ร้านที่ตัดเลนส์ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับความเครียดของเลนส์ ร้านที่เคยตัดแว่นสายตาให้เราได้ แต่ไม่มีประสบการณ์ เรื่องแว่นกันแดดกีฬา ที่เป็นทรง sport ที่มีความโค้ง base curve 8 อาจทำให้เราไม่ได้ เนื่องจากขาดประสพการณ์ เรื่องเลนส์โค้ง

          การเลือกร้านตัดแว่นกันแดดสายตาทรงสปอร์ต จึงต้องเลือกร้านที่มีประสพการณ์ในการตัดเลนส์โค้งมาก่อน และเลือกร้านที่รับประกัน หรือพร้อมแก้ปัญหาเมื่อเราใส่แล้วมึน

          ค่าสายตาควรจะมีให้ครบตามแบบฟอร์มนี้ หากไม่ได้ต้องร้องขอครับ โดยเฉพาะ ค่าPD ซ้าย ขวา

          สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ การวัดค่าสายตาเป็นอันดับแรก รองมาคือการเลือกร้านตัดเลนส์

          #แว่นกีฬาสายตาสั้น เรื่องที่คนไม่รู้

          #แว่นกีฬาสายตาสั้น เรื่องที่คนไม่รู้

          แว่นสายตาปกติที่ใส่เล่นกีฬา ไม่เหมาะกับกีฬากลางแจ้ง ที่มีการเคลื่อนไหว เช่น กอล์ฟ วิ่งมาราธอน ปั่นจักรยาน ด้วยสาเหตุที่ว่า

          1.แว่นลื่นไหล

          2 แว่นไม่กระชับ

          3.ไม่กันแดด และ รังสีuv

          4.แสงเข้าด้านข้าง

          5. ไม่กันกระแทก จากเศษหินหรือเศษดิน ที่ถูกดีดมาจากทุกทิศทางได้

          ทางออก ที่ดีกว่าการสวมแว่นสายตา ที่มี คือ

          1.ใส่ contact lens แล้วสวมแว่นกันแดด

          2. ทำ Lasik ใส่แว่นกันแดด ค่าใช้จ่ายสูงมาก

          3. ใช้แว่นกันแดดกีฬา คนสายตาสั้น

          การใช้แว่นกันแดดกีฬา คนสายตาสั้น มี 2 วิธี

          1. ใช้คลิปออนติดแว่นกันแดดกีฬา เป็นวิธีที่ค่าใช้จ่ายต่ำสุด เพราะคลิปออน ออกแบบมา มี base curve ประมาณ 4 ซึ่งมีค่าความโค้งของเลนส์ ใกล้เคียงกับแว่นสายตาปกติ จึงไม่มีความจำเป็นในการใช้เลนส์พิเศษ หรือเลนส์โค้ง ค่าใช้จ่ายจึงเหมือนตัดเลนส์แว่นสายตา เลือกกรอบแว่น เลือกเลนส์

          คลิปออนมี 2 แบบ คือ

          1.1 ติดด้านหลังแว่นกันแดดกีฬา (insert clip on) เป็นการนำคลิปออนสายตาไปใส่ด้านหลังแว่นกันแดดกีฬา และใช้ได้กับแว่นกีฬาคนสายตาสั้น เท่านั้น แว่นกีฬาคนสายตาสั้น Metal clip on แว่นกีฬาคนสายตาสั้น TR90 clip on

          วิธีนี้ลงทุน กับค่าแว่น คลิปออน และ เลนส์สายตาปกติ เหมาะกับคนที่มีค่าสายตาไม่เกิน 700 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ค่าเอียง และ ค่า PD ด้วย

          หมายเหตุ ค่า PD คือ ระยะห่างระหว่างรูม่านแสงในลูกตาดำทั้ง 2 ข้าง

          1.2 ใช้ Direct clip on คือการใส่คลิปออนสายตาสั้น แทนเลนส์กันแดด ใช้ได้กับ แว่นกีฬาคนสายตาสั้น ได้เท่านั้น แว่นกีฬาคนสายตาสั้น Metal clip on

          ข้อดีคือ ได้แว่นชั้นเดียวที่เป็นเฟรม sport น้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย สามารถเคลือบเลนส์ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น single lens, bifocal, trifocal , progressive lens

          วิธีนี้ ลงทุน แว่น คลิปออน และเลนส์สายตากันแดด กัน uv หรือ เลนส์สายตาปรับแสง เหมาะกับคนที่มีค่าสายตาไม่เกิน 700

          2. เอาแว่นกีฬาทรง sport มาตัดเลนส์สายตากันแดด เราสามารถเลือกแว่นที่ชอบได้ เอามาตัดแว่นสายตาสั้นกันแดด แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงหน่อย เพราะต้องใช้เลนส์โค้งในการตัดแว่น และ มีขั้นตอนการตัดเพิ่มมาหลายขั้นตอน แว่นกันแดดกีฬา ที่ใช้ตัดได้ ต้องเป็นเลนส์แยก

          วิธีนี้ลงทุนค่าแว่น และ เลนส์สายตากันแดดทรง sport

          ค่าสายตาที่จะตัดเลนส์ได้ จะน้อยกว่า พวกที่เป็น คลิปออน เนื่องจาก ในแว่น sport ตัวเลนส์ปกติมี base curve อยู่ที่ 8 ดังนั้นจึงต้องใช้เลนส์สายตาแบบ sport มาตัด เหมาะกับคนที่มีค่าสายตา ไม่เกิน 300 อาจมากกว่า หรือ น้อยกว่า ขึ้นอยู่กับ ค่าเอียง และ ค่า PD

          ถ้า ค่า PD มาก ช่วงของค่าสายตาที่ตัดเลนส์ได้ ก็จะกว้างขึ้น ถ้าค่า PD น้อย ช่วงสายตาที่ตัดเลนส์ได้ ก็จะน้อยลง รายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามได้ ตาม link Line หรือ Facebook