แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

เลนส์ปรับแสง

Photochromic sunglasses

เลนส์ปรับแสง หรือ เลนส์photochromic ส่วน transition เป็นชื่อยี่ห้อ ของเลนส์ photochromic

ทำไมจึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักปั่น

นักปั่นหลายคนปั่นนานขึ้น จึงเจอกับหลายสภาพอากาศ

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง เป็นแว่นที่ทำใช้ได้กับทุกสภาพอากาศ

การทำงานของเลนส์ ปรับแสง photochromic

เลนส์ปรับแสง จะทำปฏิกริยากับรังสี uv ด้วยสารที่ผสมลงในตัวเลนส์ ที่มีชื่อว่า silver chloride

Photochromic sunglasses

ก่อนโดนรังสี uv : ค่า VLT cat#3= 48%

Photochromic sunglasses
หลังทำปฏิกิริยากับแสง uv :ค่า VLT cat#1= 12%

VLT Range อยู่ระหว่าง cat#1-cat#3

แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง

ค่า VLT category คืออะไร

ความหมายของ VLT (visible light transmission) คือ ปริมาณแสงที่เลนส์ยอมให้ผ่านได้ ตัวอย่าง

  1. VLT 100% คือแสงผ่านได้หมด เป็นเลนส์ใส
  2. VLT 1% คือแสงแทบจะผ่านไม่ได้ เลนส์มืดสนิท
  3. ส่วน category คือ ช่วง % ที่แสงผ่านได้ เพื่อกำหนดประเภทการใช้งาน

ลักษณะเลนส์ photochromic

  1. เลนส์เปลี่ยนสีเมื่อทำปฏิกริยากับรังสี uv
  2. วันที่ฟ้าครึ้ม ไม่ได้แปลว่าไม่มีรังสี uv เพราะ uv สามารถทะลุผ่านก้อนเมฆได้
  3. การใช้งานภายในรถ จะไม่ทำให้เลนส์เปลี่ยนสี เพราะ รังสีuv ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกรถได้
  4. อากาศเย็น เลนส์จะปรับสีเข้ม ได้มากกว่าอากาศร้อน
  5. การเปลี่ยนสีของเลนส์ เป็นเรื่องของการเปลี่ยนค่า VLT ไม่เกี่ยวกับการกัน uv ได้ลดลง
  6. เลนส์ปรับแสง มี 2 แบบ คือแบบจุ่ม กับ แบบเคลือบด้วยฟิล์มเป็นชั้น คุณภาพจะต่างกัน ราคาก็ต่างกัน

การเลือกเลนส์ปรับแสง

1.เลนส์ปรับแสง ที่เคลือบด้วยฟิลม์ เลนส์จะเปลี่ยนสีเร็วกว่า และมีอายุการใช้งานนานกว่า แบบจุ่ม

2. เลนส์ที่ใสเกินไป พอทำปฏิกริยากับรังสี uv จะปรับเป็นสีเข้มได้น้อย ผลคือ แสบตา

ดังนั้น เลนส์ปรับแสงสำหรับปั่นจักรยานจึงไม่จำเป็นต้องใส เมืองไทยอยู่ในเขตที่มีรังสี uv ในระดับสูงสุด

Related topic

เลนส์ prizm คืออะไร

Advertisements
ปั่นทัวร์ริ่ง ใช้แว่นอะไร

การปั่นทัวร์ริ่ง

เป็นการปั่นที่กินเวลายาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น และมีโอกาสล่วงเลยไปถึงค่ำ มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดทาง เจอทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ ร้อน ฝน และ หนาว เจอทุกสภาพถนน แบบไม่คาดฝัน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ที่เราไม่เคยไป และมันความท้าทายของทัวร์ริ่ง

แว่นสำหรับปั่นทัวร์ริ่ง

จึงจำเป็นต้องตอบรับ กับสถานการณ์จริง การเลือกแว่นที่เหมาะสมจึงช่วยให้การปั่นสนุกขึ้น ลดความกังวล และมีสมาธิในการปั่นมากขึ้น

แว่นที่ใช้จึงควรเป็น แว่นกีฬาเลนส์ปรับแสง หรือ เลนส์photochromic หรือ เลนส์ transition หรือ เลนส์ออโต้ ไม่ว่าจะเรียกกันว่าอะไร แต่มีคุณสมบัติดังนี้

เมื่อเลนส์ถูกรังสี uv เลนส์จะเปลี่ยนสีจากอ่อนเป็นเข้มภายในเสี้ยวนาที ด้วยสารที่ใช้เคลือบเลนส์ จะทำปฎิกริยากับรังสี uv ทำให้สีของเลนส์เข้มขึ้น จึงทำให้แสงผ่านเลนส์ได้น้อยลง จาก VLT cat 1 ไป VLT cat 3 เราจึงไม่ต้องหยีตา เมื่อเจอแสงจ้า

ในทางกลับกัน เมื่อรังสี uv หมดไป หรือพระอาทิตย์ตกดิน เลนส์ก็จะปรับสภาพกลับมา ที่ cat 1 หรือเลนส์ยอมให้แสงผ่านเพิ่มมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นมากขึ้นในตอนกลางคืน

การผลิตเลนส์ photochromic มี 2 แบบ

1. วิธี digging หรือใช้จุ่ม เลนส์ลงในสารที่ทำปฎิกริยากับรังสี uv (silver chloride) เพื่อทำให้เป็นเลนส์ปรับแสง

2. วิธี injection หรือ เคลือบฟิล์มที่มีส่วรผสมของสาร silver chloride เป็นชั้นๆ

นอกจากตัวเลนส์ ที่ต้องปรับแสงแล้ว แว่นควรมีคุณสมบัติอื่นๆที่จำเป็นมากๆ คือ

1. Water repellent

เลนส์ควรจะลดการเกาะตัวของหยดน้ำ จากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ฝนตก แดดออก

2. Vent designed

แว่นควรมีรูปแบบที่ลดการเกิดฝ้า การทำช่องระบายหลายๆจุด ทั้งตัวเลนส์ ขาแว่น และ แท่นรองจมูก จะช่วยให้เกิดการระบายความร้อนจากด้านนอก และ ด้านในของตัวแว่นได้รวดเร็ว

3. Custom fit

แว่นควรปรับได้ตามรูปลักษณ์ของจมูก และ ความกว้างของศีรษะ เพื่อป้องกันแว่นตก หรือลื่นไหลในขณะที่ปั่น โดยเฉพาะตอนขึ้นเขา เราคงไม่อยากปล่อยมือ มาขยับแว่น

4. จุดสัมผัส

ควรเป็นยาง silicon เพื่อลดการเสียดสี ด้วยการเดินทางที่ยาวนาน

5. เลนส์ต้องผ่านมาตรฐาน

impact resistant คือสามารถทนแรงกระแทก จากการดีดของหิน โดยรถยนต์ รถบรรทุก ที่วิ่งผ่านเรา

6. ค่า VLT (visible light transmission) อยู่ระหว่าง category 1 และ cat 3

ความหมายของค่า VLT = 100% แปลว่า แสงมา 100% ผ่าน 100% เลนส์จะใส

ค่า VLT = 1% แปลว่า แสงมา 100% จะผ่านได้ 1% เลนส์จะเข้ม

ค่า VLT ของเลนส์ปรับแสง จะเปลี่ยนค่าเมื่อเลนส์ทำปฎิกริยา กับ uv ค่าที่เหมาะกับเขตร้อนแบบเมืองไทย ควรอยู่ระหว่าง cat#1 กับ cat#3 ซึ่งเลนส์จะมีความเข้มเพียงพอเมื่อเจอแดดแรงๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม

Line ID: number2gadget

Related topic

แว่นกันแดดกีฬา high contrast lens

สายตาสั้น แต่อยากปั่นจักรยาน

สายตาสั้น แต่อยากปั่นจักรยาน

แว่นกีฬาคนสายตาสั้น

นักปั่นที่สายตาสั้น มักใช้แว่นสายตาในการปั่น จึงขาดความคล่องตัว เพราะแว่นจะลื่นไหลลงตลอดเวลาอันเนื่องจากเหงื่อ และน้ำหนักแว่น ทำให้นักปั่นต้องคอยขยับแว่นตลอดเวลา อาจทำให้เสียการทรงตัว

ผู้ผลิตแว่นกันแดดกีฬา จึงพัฒนาแว่นกันแดดกีฬา สำหรับคนสายตาสั้นขึ้นมา เนื่องจาก ร้อยละ 10 มีปัญหาสายตา และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

สิ่งที่พัฒนาออกมา คือ clip on สำหรับการนำไปตัดเลนส์สายตา

เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับ clip on สิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือก แว่น clip on มีดังนี้

Clip on คือ กรอบแว่นสายตา สำหรับติดกับเฟรมแว่นกีฬา

Clip on มี 3 แบบ

1.insert clip on(ติดหลังเลนส์กันแดด)

ค่าสายตา ประมาณ -700

สำหรับตัด single เลนส์ มองไกล อย่างเดียว เนื่องจากเป็น เลนส์สายตา ซ้อนเลนส์กันแดด ไม่ความจำเป็น ในการตัดเลนส์ชนิดอื่น

2. Direct clip เปลี่ยนเลนส์กันแดด เป็น คลิปสายตากันแดด

ค่าสายตาประมาณ -700

เหมาะกับเลนส์สายตา ทุกประเภท เพราะเป็นเลนส์สายตาชั้นเดียว

3. Flip up เป็นแว่น clip on แบบ insert clip on ชนิดหนึง ที่เลนส์กันแดด สามารถปรับขึ้น-ลง ได้

ค่าสายตา ประมาณ -700

เหมาะกับ Single เลนส์ มองไกล

    อีกทางเลือกหนึง คือ เอาเลนส์กันแดด ไป scan เพื่อตัดเป็นเลนส์สายตากันแดด

    ค่าสายตาที่ทำได้ ประมาณ -300 เนื่องจากเลนส์แว่นกีฬา มีค่าความโค้งมากกว่า clip สายตา และยังต้องดูข้อจำกัด ของกรอบแว่นด้วย

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    http://www.number2gadgetshop.com

    Related topic

    สายตาสั้น กับกีฬากลางแจ้ง

    ใส่คลิปสายตา แล้วมึนหัว

    ใส่คลิปสายตา แล้วมึนหัว

    ใส่คลิปสายตา แล้วมึนหัว

    คนที่มีปัญหาสายตา และต้องการใส่แว่นสปอร์ตสายตา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬา จะมี 2 ทางเลือก คือ

    1.ใส่ คลิปออน สายตาสั้น

    2.เปลี่ยนเลนส์กันแดด เป็นเลนส์สายตากันแดด

    แต่หลายคนมีอาการมึนหัว กับ แว่นที่ตัดมาใหม่ ทั้ง clip on และแว่นสายตากันกันแดด

    สาเหตุส่วนใหญ่ที่พบคือ

    1. การวัดค่าสายตา ด้วยเครื่อง Auto Refractor อย่างเดียว

    เนื่องจากเป็นเครื่องที่ใข้วัดคร่าวๆ ไม่สามารถใช้เป็น ค่าสายตาเพื่อนำตัดแว่นได้ เพราะความแม่นยำเครื่องตัวนี้ อยู่ที่ 80%

    ตัวอย่าง วัด 3 ร้านได้ค่าสายตาที่แตกต่างกัน ทั้ง 3 ร้าน ในวันเดียวกัน โดยคนที่ถูกวัดเป็นคนเดียวกัน

    2.ไม่มีค่า PD

    เมื่อไม่มีค่า PD คนตัดเลนส์ จะประมาณการเอา โดยเอาความกว้าง หารด้วย 2

    การหาร 2 จะมีปัญหากับคนที่หน้าเล็ก และเด็กเล็กทันที เพราะแว่นจะมีความกว้างที่เป็น มาตรฐาน ค่า PD คนทั่วไปจะอยู่ ที่ 32 mm

    PD(Pupillary Distance) คือค่าระยะห่างของรูม่านตาทั้ง 2 ข้าง ไม่ได้แยก ซ้าย ขวา ใช้ตัวเลขรวม หาร 2

    ค่า PD ไม่ถูกต้อง ทำให้ focus ของเลนส์ อยู่ผิดตำแหน่ง เพราะไปใช้ค่ารวม เพราะบางคน ขวา กับ ซ้าย ไม่เท่ากัน เช่น ในรูป ข้าย 30 mm ขวา 32 mm. จุดfocus ของเลนส์เลยไม่ตรงกับลูกตาดำ

    3. การใช้เลนส์ปกติ ใส่กรอบแว่นสปอร์ต

    เนื่องจากเลนส์สายตา ปกติ จะไม่สามารถตัดใส่กรอบแว่นสปอร์ตได้ เพราะกรอบแว่นมีความโค้งมาก โดยมาก 8 base curve

    ในขณะที่เลนส์สายตาจะมี base curve ประมาณ 4-5 base curve

    การใช้เลนส์สายปกติใส่กรอบแว่นสปอร์ต จะทำให้เลนส์ถูกดัดโค้ง เกินกว่าจะรับได้

    4. ระยะห่างของตาดำกับเลนส์สายตา เปลี่ยนไป เนื่องจาก

    4.1 คลิปเลนส์สายตาติดหลังเลนส์กันแดด ทำให้เลนส์สายตา ถูก ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น

    4.2 ความหนาของเลนส์ เปลี่ยนไปจากการเปลี่ยน index ของเลนส์สายตา

    ข้อแนะนำ

    1. วัดสายตาแบบละเอียด

    ด้วยเครื่องมือวัด และ คนวัด ที่มีประสพการณ์ หรือ มีใบอนุญาต เครื่องหน้าร้าน เป็นเครื่องวัดแบบเร่งด่วน แต่ไม่สามารถนำค่าที่ได้ไปตัดเลนส์สายตาได้

    Trial Lens Set

    Phoropter

    ไว้อ่านระยะ

    PD meter เครื่องวัดค่า PD

    การวัดค่าสายตา แบบมาตรฐานควรมีประมาณนี้

    1.1 ห้องมืด เพราะต้องให้รูม่านตาเปิดกว้างที่สุด

    1.2 ห้องวัดสายตา มาตรฐานยาว 6 เมตร เพื่ออ่านค่าระยะ

    1.3 เครื่องมือควรมี เรติโน่หัวกระโหลก (phoropter) หรือ ชุดเลนส์เซ็ท (Trial Lens Set)

    2.ใช้เลนส์สปอร์ต ตัดเลนส์ใส่แว่นทรงสปอร์ต

    ควรใช้เลนส์สปอร์ตในการตัดเลนส์สายตาใส่แว่นสปอร์ต

    แต่เนื่องจาก ราคาเลนส์สปอร์ต ค่อนข้างสูง และการตัดค่อนข้างยากกว่าการตัดเลนส์สายตาสายตา เนื่องจากรูปทรงเลนส์ และมีข้อจำกัดเรื่อง ค่าสายตา

    ทางเลือกคนส่วนใหญ่ จึงหันไปหา คลิปสายตา เนื่องจากราคาถูกกว่า ช่วงสายตาที่ใส่ได้ มากกว่า ราคาเลนส์ถูกกว่า คนจึงนิยมมากกว่า

    3. เลือกแว่นที่่สามารถปรับ แท่นรองจมูกได้ adjustable nosepad

    ให้เวลากับการปรับสายตา เนื่องจากระยะห่าง จุดโฟกัสตา เปลี่ยนแปลง ไปจากแว่นสายตาปกติ ที่เคยใช้อยู่

    การที่แท่นรองจมูกปรับได้ จะทำให้เราสามารถปรับระยะห่าง ระหว่างเลนส์สายตา กับจุด focus ตาดำ ได้

    Related topic

    สายตาสั้น กับกีฬากลางแจ้ง

    #ปั่นทัวร์ริ่ง คำเตือน 6 ข้อ

    ความฝันที่จะปั่นจักรยาน แบบค่ำที่ไหน นอนที่นั่น วนเวียนอยู่ในวังวนความคิดมานาน

    และวันหนึง ผมก็ลงมือทำ

    เนื่องจากเป็นทริปแรก จึงตั้งใจว่าเอาแค่วันละ 100 kms 3 วัน 300 kms แผนการง่ายๆ ไปหาที่ปั่นที่รถน้อยๆ อากาศดีๆ มีวิวให้แวะระหว่างทาง ปั่นไปแวะไป แบบ slow life เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

    เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม น้อยที่สุด เบาที่สุด ใช้งานได้จริง

    Day1

    เรารวมกันได้ 3 คน นัดออกจากกรุงเทพ 6 โมงเช้า ออกจริง 7 โมงกว่า เอาจักรยานขึ้นรถกระบะ ไปหาที่ฝากรถ แล้วออกเดินทาง เอาแบบค่ำไหน นอน(โรงแรม)นั้น

    ถึงเมืองจันทน์เกือบ 11 โมง จอดบ้านพี่ที่เพื่อนรู้จัก ตั้งใจว่าจะไปคลองใหญ่ จังหวัดตราด พี่เจ้าของบ้าน พี่นามองหน้าพวกเรา แบบเป็นห่วง ไหวรึ?

    ถ่ายรูปหมู่ก่อนออกเดินทาง ให้พี่เค้าช่วยถ่ายให้ ตั้งท่าไปหลายรูป ติดแค่รูปเดียว เจ้าที่ไม่อนุญาติหรือไม่ กล้องมีปัญหา แต่น่าจะเป็นอันหลังมากกว่า

    พอออกรถก็เริ่มรู้ว่า รถหนักมาก แดดแรงจัดรู้สึกร้อนมากๆ น้ำก็ลืมเติม ร้านค้าปิดหมดความเครียดเริ่มเข้ามา

    คำเตือนข้อที่1 อย่าหวังน้ำบ่อหน้า

    จุดแรกที่แวะกัน กี่กิโลก็จำไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าหิวน้ำ และร้อนมากเราจึงแวะเล่นน้ำที่น้ำตกพริ้วต่อ

    เราเดินทางต่อ ตั้งใจว่าจะเกาะกลุ่มกัน แต่แล้วกลายเป็นแบบตัวใครตัวมัน ผมโดนทิ้งอยู่ข้างหลังคนเดียว และแล้ว….รถด่วนมันยางรั่ว

    ยางรั่วครั้งที่ 1 ได้ผลต้องจอดรอเรา เพราะปะยางไม่เป็น Aha ได้โอกาสเอาคืน โทษฐานไม่รอ เลยนั่งกระดิกเท้าสั่งๆๆๆๆ เรียบร้อยออกเดินทางต่อ ไปไม่ถึง 3 นาที บอกเราว่ายางแบนอีก

    ยางรั่วครั้งที่ 2 เลยถามว่าตอนให้คลำยางนอก คลำดีมั้ย คำตอบคือ “คลำหมดแล้ว ” แน่ใจนะ? งัดยางในออกมา หารูรั่ว จุดรั่วห่างกันนิดเดียว แล้วก็เจอเจ้าสิ่งนี้ฝังอยู่ที่ยางนอก

    มันคือเศษแก้วนั้นเอง

    นี่ไง?

    คำเตือนข้อที่2 อย่าไว้ใจคนไม่เคยปะยาง

    ปะยางเสร็จเดินทางต่อ ไม่ทันไร คันที่ 2 ตะโกนมา “พี่ยางแบน” รั่วครั้งที่ 3 ในใจคิดว่า วันนี้เป็นวันอะไรฟะ

    ปะยางเสร็จมองนาฬิกา สงสัยคงไปได้แค่ตัวเมืองตราด เพราะฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เป็นวันที่แสนสาหัส เจอแดดก่อน ตามมาด้วยฝน และ หนาว แถมปะยาง 3 ครั้งในวันเดียวกัน

    และแล้วรองเท้าพัง เลยต้องถอยใหม่แถวตลาด

    แว่นจักรยานเลนส์photochromic

    ความมืดมาเยือน เรายังเหลืออีกหลายสิบกิโล กว่าจะถึงตัวเมือง ขาแรงเริ่มมีปัญหาเรื่องแว่น ต้องถอดแว่นมาฝากที่รถผม เพราะมองไม่เห็นเส้นทาง ยอมไปวัดใจกับแมลง และ เศษหินมีาอาจถูกดีดมาจากรถบนถนน โดยปั่นแบบถอดแว่น เป็นความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง

    ส่วนผมชิลมากๆ เพราะใช้แว่นเลนส์ปรับแสง

    คำเตือนข้อ3 ควรใช้แว่นเลนส์ปรับแสงในการปั่นทัวร์ริ่งเท่านั้น

    ทั้ง 2 คนปลอดภัยจากการไม่ใส่แว่น

    พอถึงตราด คำถามที่ตามมา นอนไหนดี? ปั่นไปมองหาโรงแรมไป เริ่มจะไม่เข้าท่า สุดท้าย เราต้องพึ่งพา #ok google เราจึงได้นอนที่ดีๆ แบบนี้ ในราคาย่อมเยาว์

    ก่อนแยกเข้าห้อง เราตกลงกันว่า จะไม่ปลุกกัน เพราะหมดสภาพ

    Day2

    รูปหมู่ก่อนเดินทางตอนสายวันที่2

    อาหารเช้าของพวกเรา

    OMG ที่นี้บะหมี่ใส่กั้งด้วย

    กินกันไม่ยั้ง แล้วออกเดินทางต่อ

    เหมือนเดิมโดนทิ้งอีกแล้ว ปั่นสักพัก ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน มองหาห้องน้ำ ไม่คิดหาเพื่อนเพราะมันไปแล้ว

    สั่งปุ๊ป วิ่งเข้าห้องน้ำ และไปต่อ

    ปั่นไปสักพัก น้ำปั่นออกฤทธิ์ ทีนี้ไม่มีร้านกาแฟ เอาไงดี ตั้งสติ ชีวิตต้องไม่ตกอับ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เห็นเป้าหมายแล้ว มันอยู่อีกฝั่งของถนน 4 เลนพร้อมเกาะกลางอันใหญ่โต นั้นไงร้านก๋วยเตี๋ยว ต้องมีห้องน้ำ

    จอดรถปุ๊ป สั่งแก้เขิน แล้วถามหาห้องน้ำทันที

    ไม่ได้หิว แต่ต้องสั่งเพื่อขอเข้าห้องน้ำ

    ไอ้เพื่อนแสบ ไลน์มา ถามว่า อยู่ไหน? ตอนนั่งปลดทุกข์ เลยตอบไปว่า

    ในใจคิดว่า ชวนมาปั่น touring ไม่ใช่ racing

    คำเตือนข้อ4 อย่าอยู่บ๊วย

    แล้วก็ออกเดินทางต่อแบบ แหยงๆ กลัวข้าศึกจะมาบุกอีกรอบ เส้นทางอันแสนน่ากลัว มีแต่รถพ่วง ที่เหยียบไม่ยั้ง และไม่มีไหล่ทาง งานนี้จะรอดมั้ย

    และแล้วก็เห็นทะเลในเย็นวันที่ 2 เราจอดรถมองหาที่กิน

    เพื่อนเดินไปถามเจ้าของร้านseafood ว่าร้านที่ไหนอร่อย เจ้าของร้าน ทำหน้างงๆ แบบสุดชีวิต พูดไม่ออก ตอบแบบอึกอักว่า อร่อยทุกร้าน

    และเราก็ได้ sea food ของพี่แก ต้องบอกว่าร้านอร่อยมากก

    นีกว่าหอย นิวซีแลนด์ มันใหญ่มาก

    ส้มตำกั้ง จาน ที่ 2

    ลืมถ่ายไข่เจียวกั้ง เช็คบิลมา 1000 นิดๆ นึกว่าคิดเงินผิด

    อิ่มท้องเลยปั่นหาโรงแรม

    Day 3 ไปเขมร

    เนื่องจากความไม่มั่นใจ ในรถพ่วง จึงตัดสินใจว่า จะไม่ปั่นกลับ เส้นเดิม เลยมีการตกลงกับเจ้าของโรงแรมให้หารถไปส่งที่จันทน์

    แผนผิดพลาด ไม่เป็นไปตามแผน คนรับปากไปธุระแต่เช้า เอาไงดี

    เลยต้องรบกวนพี่นา ให้ส่งคนมารับ มีรถมาแล้วเปลี่ยนแผนเลย

    คำเตือนข้อ5 ควรมีเพื่อนในเส้นทางที่ปั่น

    และเราก็อยู่ในเขมร นั่งจิบกาแฟ เพราะบารมีเพื่อน พวกเราจึงขับรถเข้ามานั่งในจังหวัด เกาะกง เขมร

    เมื่อก่อนนึกว่าเป็นเกาะ เข้าใจผิดมาตลอด

    นั่งจิบกาแฟ

    บรรยากาศโรงแรม และ บ่อนคาสิโน

    ชายหาดหลังโรงแรม

    ได้โปรมา 2 แถม 1 เหล้ารัม สก๊อต ตีกลับจันทน์ เวลาเหลือ เลยหาที่ๆสวยๆปั่นต่อได้อีก 20 กว่าโล แถวคุ้งวิมาน

    และนี่คือตัวเลขปิดท้ายทริปนี้ ต่ำกว่าแผนไป 100 เดียวเอง

    Day 4 แก๊งสัปปะรด

    เรามาถึงบ้านพรรคพวกที่บ้านฉาง ตอน 3 ทุ่มกว่าๆ อากาศเริ่มเย็นมาก ผมหยิบขวดเหล้ารัม ลงมา บรรยากาศพาไป แถม มะนาวยักษ์ กับ โซดา ทำให้ทุกอย่างลื่นไหลไปหมด ผมคุยกับเจ้าของบ้านอย่างถูกคอ ทั้งๆที่รู้จักกันครั้งแรก

    ผมโดนปลุกให้ตื่นตอน 9 โมงกว่า ท่ามกลางฝูงม้า และไร่สัปปะรด แบบงงๆ ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เพราะโปรเหล้ารัม 2 แถม 1 เมื่อคืนกับเจ้าของไร่ ทำเอาความจำหายไปชั่วขณะ

    เจ้าของฟาร์มม้า พาไปตัดสัปปะรด ให้เอากลับบ้านเป็นของฝาก และก็พาไปร้านส้มตำอันโด่งดังในแถบนั้น แค่เดินเข้าร้านคนต้อนรับก็ถามทันทีว่าจองไว้รึเปล่าคะ เลยต้องถอยหลังให้เจ้าของฟาร์มม้า โผล่หน้าให้เจ้าของร้านส้มตำเห็น

    ร้านนี้ต้องโทรจอง เพราะของเค้าดีจริงๆ ระหว่างกิน ก็มีไลน์ เด้งขึ้นมา ผมก็งงๆ ว่าอ้าวทำไมเจ้าของฟาร์ม มีไลน์เรา เค้า ก็งง ว่าทำไมผมถึงงง

    จนเพื่อนบอกว่า ก็เมื่อคืน เอ็งไปขอเบอร์โทรเค้าไม่ใช่รึ

    ที่แท้เป็นเพราะ รัม มะนาว โซดา นั้นเอง ที่ทำให้ความจำหายไปชั่วขณะ กว่าจะลำดับเหตุการ์ณได้ ก็หลายชั่วโมง

    คำเตือนข้อ6 อย่าsaveเบอร์คนอื่นตอนเมา

    เพื่อให้แน่ใจว่า ผมกลับจากเขมรแล้ว จึงถ่ายรูปนี้ไว้กันลืม ก่อบกลับกรุงเทพ

    Related topics

    แว่นกันแดดใส่วิ่ง why we need

    #คอรัปชั่น 10 อันดับโลก

    ถ้าจะว่ากันแล้ว ทุกประเทศในโลกนี้ มีการคอรัปชั่นหมด ต่างกันที่ ความเข้มข้น

    มีนักกฎหมายหลายประเทศ พยายามออกกฏหมายมาแก้ปัญหาการคอรัปชั่น ให้หมดไป แต่ก็จะมีคนหาทางเล็ดรอดกฎหมายได้เรื่อยๆ

    จนมีคนกล่าวว่า “ต่อให้แก้กฎหมายให้ทันสมัยเพียงใด ก็จะมีคนสามารถหาช่องโหว่ได้ตลอดเวลา เราไม่มีทางขจัดคอรัปชั่น ให้หมดไปจากโลกนได้ี้ แต่ที่เราทำได้คือ ควบคุมมัน ไม่ให้ขยายใหญ่โต”

    คำถามต่อมาคือ ทำไมทั่วโลกจึงมีการคอรัปชั่น?

    เอาเท่าที่รู้ ก็คือ

    1. การเลี้ยงดูในวัยเด็ก ” เงียบนะ อย่าร้อง เดี๋ยวพาไปกินขนม” เราจะคุ้นกับ การพูดคุยของพ่อ แม่ กับ ลูก ประมาณนี้โดยเฉพาะคนในโซนเอเชีย

    ประมาณว่าเป็นธรรมชาติ ของมนุษย์ในการเลี้ยงดูเด็ก

    2. ความขาดแคลน ความยากจน ความไม่พอเพียง ” ช่วยได้มั้ยครับ แค่นี้เอง” เป็นเรื่องของ ปากท้อง ที่ต้องเอาตัวให้รอด

    3. การเจรจาต่อรอง ” If you do this, I will do that” หลักการเจรจาต่อรอง คือ การแลกเปลี่ยน สิ่งที่อีกฝ่ายทำให้ได้ เป็นเรื่องของการทำธุรกิจ

    คำถามต่อมา ทำไม ประเทศในแต่ละโซน จึงมีความเข้มข้น ในการคอรัปชั่นแตกต่างกัน

    จากรูปแดงเข้ม คือ คอรัปชั่นมาก

    ยุโรป เอเซีย ออสเตรเลีย

    อเมริกา

    จะเห็นว่า แถวเอเซีย กับ แอฟริกา และอเมริกาใต้ จะแดงเข้มค่อนข้างมาก ซึ่งพอจะบอกได้ว่า มีเรื่องของความยากจนในทวีปแอฟริกา และอเมริกาใต้ การเลี้ยงดูแบบ เอเซีย ในขณะที่ยุโรป อเมริกา และ ออสเตเลียค่อนข้างเบาบาง

    ทำไมยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย จึงค่อนข้างน้อย น่าจะเป็น 1.เรื่องของวิธีการเลี้ยงดูในวัยเด็กที่แตกต่างกับทสงเอเชีย 2.จัดอยู่ในประเทศร่ำรวย มีอันจะกิน แต่คงเป็นเป็นเรื่องของการเจรจาต่อรอง จึงหนีไม่พ้นเรื่อง คอรัปชั่น

    ลองมาดู Top 10 กับ Lowest 10 ข้อมูลเหล่านี้ น่าจะเป็นการตอกย้ำได้อีก

    10 อันดับที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุดในโลก เป็นยุโรป และ canada กับ singapore

    ทำไม? มีเอเซีย ติดอันดับ ทำไมเป็นสิงคโปร์

    1. การเลี้ยงดู ยังเป็นเอเซีย

    2. ความยากจน ปัจจุบัน เป็นประเทศร่ำรวย

    3. การเจรจาต่อรอง เป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้

    เมื่อใช้หลัก 3 ตัวนี้จับ ก็เป็นไปได้ว่า ความมีอันจะกินของประชาชนในประเทศ ช่วยให้สิงคโปร์ ติดอันดับการคอรัปชั่นที่ต่ำลง

    10 อันดับที่มีการคอรัปชั่นมากที่สุด

    จะเห็นว่า มีทั้งอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเซีย

    มีสิ่งเดียวที่เหมือนกัน คือความจน ความขาดแคลนทรัพยากร และสงคราม

    #แว่นจักรยาน ทำไมตัองมีมาตรฐาน

    #แว่นจักรยาน ทำไมตัองมีมาตรฐาน

    ตามมาตรฐาน FDA กำหนดให้แว่นตาที่จะจำหน่ายในอเมริกา โดยผู้ผลิตในประเทศ และ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ตัองผ่านการทดสอบ Impact Resistant (ทนต่อแรงกระแทก) เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคชาวอเมริกัน จากการบาดเจ็บ และสูญเสียดวงตา จึงได้กำหนดมาตรฐาน American National Standard Institute หรือ ชื่อย่อ ANSI ออกมาดังนี้

    1.ANSI Z80.1 สำหรับแว่นสายตา และ แว่นแฟชั่น

    2.ANSI Z80.3 สำหรับแว่นกันแดดกีฬา เป็นมาตรฐานที่ สูงกว่า Z80.1

    3.ANSI Z87.1 สำหรับแว่น Safety เป็นมาตรฐานสูงสุดของ Impact resistant เนื่องจากใช้มาตรฐานสูงกว่า Z80.1 และ Z80.3 ในการทดสอบ

    Impact resistant testing
    Impact resistant testing
    Impact resistant testing

    ส่วนการทดสอบจะเป็น Drop-ball Test ที่ความสูง 50 นิ้วโดยการส่งตัวอย่างมาทำการทดสอบ ส่วนวิธีการทดสอบจะใกล้เคียงกับใน You tube

    การทดสอบจะมีทั้งการทดสอบ แบบก่อนเคลือบ (semi-finished good)กับหลังเคลือบส่วนผสมต่างๆ(finished good) เนื่องจากส่วนผสมต่างๆ จะทำให้เลนส์เปราะลง ดังนั้นการทดสอบหลังจากเคลือบส่วนผสมต่างๆ จะเป็นการทดสอบที่ผ่านยากกว่า อาทิเช่น เลนส์ที่เคลือย mirror coating(ช่วยให้แสงสะท้อนกลับ), anti-scratch(ลดรอยขีดข่วน), water- repellence (ลดการเกาะตัวของหยดน้ำที่เลนส์)

    Impact resistant lens
    Impact resistant lens
    Impact resistant lens

    ส่วนผู้ผลิตจะต้องทำการทดสอบ เพื่อให้สินค้าของตัวองผ่านการรับรองจากสถาบันต่างๆ เพื่อให้สินค้าของตัวเองผ่านมาตรฐานของปนะเทศนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะอิงกับอเมริกาเป็นหลัก เพราะกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเป็น กฎหมายสูงสุดของอเมริกา

    Lab test
    Lab test

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    http://www.number2gadgetshop.com

    Impact resistant sunglass
    Impact resistant sunglass

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    http://www.number2gadgetshop.com/products.php?catid=25

    https://www.facebook.com/number2gadget/