แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

เลนส์ปรับแสง

Photochromic sunglasses

นักปั่นหลายคน ใช้เวลาปั่นตั้งแต่เช้ามืด จนแดดเปรี้ยง บางคนชอบปั่นจักรยานช่วงเย็น เนื่องจากแดดไม่ร้อนมาก และล่วงเลยไปถึงกลางคืน หลายคนฝึกฝนจนปั่นได้นานขึ้น ไกลขึ้น แว่นที่เคยใช้อาจจะไม่เหมาะกับการปั่นที่เปลี่ยนไป

การใช้แว่นจึงควรปรับตามพฤติกรรมการปั่นของเรา

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง เป็นแว่นที่ทำให้การปั่นสะดวกสบายขึ้น เพราะ

  • ไม่จำเป็นต้องพกพาเลนส์หลายสี
  • การทำเวลาในการปั่น ของนักปั่น จะไม่มีใครหยุดรถเพื่อเปลี่ยนเลนส์
  • การเปลี่ยนเลนส์บ่อย จะทำให้กรอบแว่นหลวม จนในที่สุด เลนส์อาจหล่นในขณะปั่น

การทำงานของเลนส์ ปรับแสง photochromic

เมื่อเลนส์ถูกรังสี uv เลนส์จะเปลี่ยนสีจากอ่อนเป็นเข้ม

ในทางกลับกัน เมื่อรังสี uv หมดไป หรือพระอาทิตย์ตกดิน เลนส์ก็จะเปลี่ยนจากเข้มมาอ่อน

Photochromic sunglasses
Before: VLT= 48% สว่างพอกับเวลากลางคืน
Photochromic sunglasses
After: VLT= 12% มืดพอกับแดดจ้าในไทย

VLT Range อยู่ระหว่าง cat#1-cat#3

จากลักษณะของเลนส์ปรับแสง range หรือ ช่วง ของการปรับแสง จะอยู่ที่ 48-12% โดยประมาณ

แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ VLT category

  1. ความหมายของ VLT (visible light transmission) คือการที่เลนส์ยอมให้แสงผ่านได้
  2. 100% คือแสงผ่านได้หมด เป็นเลนส์ใส
  3. 1% คือแสงแทบจะผ่านไม่ได้ เลนส์มืดสนิท

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเลนส์ photochromic คือ

  1. เลนส์เปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสกับรังสี uv
  2. วันที่ฟ้าครึ้ม หรือ เมฆมาก ไม่ได้แปลว่าไม่มีรังสี uv เพราะ uv สามารถทะลุผ่านก้อนเมฆได้
  3. การใช้งานภายในรถ จะไม่ทำให้เลนส์เปลี่ยนสี เพราะ รังสีuv ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกรถ
  4. อากาศเย็น เลนส์จะปรับสีเข้ม ได้มากกว่าอากาศร้อน หรือประเทศหนาวเลนส์จะปรับแสงได้ดีกว่าประเทศร้อน
  5. การเปลี่ยนสีของเลนส์ เป็นเรื่องของการปล่อยให้ปริมาณแสงผ่านเลนส์ ได้น้อยลง หรือเลนส์ทำหน้าที่ลดแสงจ้าที่สะท้อนจากผิวโลหะ กระจก ถนน ผิวน้ำไม่ได้แปลว่า กันแสง uv ลดลง เพราะถ้าเลนส์กันแสง uv ได้ 100% ก็คือกันได้ 100% ไม่ว่าเลนส์จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มหรืออ่อน

แว่นกีฬา เลนส์ปรับแสง

photochromic sunglasses

การเลือกเลนส์ปรับแสง จึงต้องดูว่าเราปั่นช่วงไหน ปั่นนานแค่ไหน

หลายคนเลือกเลนส์ใส เพราะกลัวไม่เห็นกลางคืน ซึ่งไม่ใช่ เพราะ เลนส์ใส ออกแบบมาสำหรับประเทศที่แดดไม่แรง หรือประเทศในเขตหนาว แค่นั้นเอง พอเจอแดดแรง เลนส์เข้มไม่พอ หรือกันแสงไม่อยู่ จนแว่นใช้ตอนแดดแรงไม่ได้

อีกอย่างที่คนไม่รู้คือ “แว่นหลายยี่ห้อ ไม่ได้ผลิตเอง ซ้ำร้าย หลายยี่ห้อ แค่เอา brand ตัวเองมาแปะ เพื่อขยาย range สินค้า ให้ครบ ทั้งๆที่ ไม่มีความเข้าใจเรื่องแว่นเลย”

ปัญหาจึงตกกับผู้บริโภค ที่ขาดความเข้าใจเพราะทั้งเจ้าของ brand ตัวแทนขาย คนขาย ก็ไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้

คำแนะนำ

แว่นphotochromic Range หรือ ช่วง ของค่า VLT สำหรับเมืองร้อน แดดแรง

  1. ตอนเจอแดด ค่า VLT ควรจะอยู่ที่ Cat#3
  2. ส่วนกลางคืน VLT Cat#1 ก็เห็นได้ปกติ

ก่อนซื้อจึงจำเป็นที่ต้องทราบค่า VLT ของเลนส์ปรับแสง

Advertisements
เลนส์ Polarized กับ Mirrored ควรเลือกอะไร

แว่นpolarized กับ แว่นmirrored ควรใช้แบบไหน

แสงแดดที่ส่องเข้าตา และแสงที่สะท้อนจากมุมต่างๆของพื้นผิวต่างๆ เช่น ผิวน้ำ ผิวถนน ผิวโลหะจากท้ายรถคันหน้า จะทำให้เกิดแสงจ้า ซึ่งเป็นอันตรายต่อดวงตา จนบางครั้งทำให้ตาเราพร่ามัว ไปชั่วขณะ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากเรากำลังขับรถ ปั่นจักรยาน หรือ เล่นกีฬาอยู่

แว่นกันแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับคนที่เจอกับสภาพแดดแรง หรือต้องใช้ชีวิตนอกบ้าน ดังนั้นการรู้จักชนิดของแว่นกันแดด จึงช่วยให้เราเลือกแว่นได้เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งความแตกต่างที่เราควรเข้าใจคือ “เลนส์”

Readyrun Polarized lens

เลนส์ Polarized จะมี polarized flim ที่ทำหน้าที่ บล๊อก แสงสะท้อนในแนวราบ ที่เกิดจากการสะท้อน ของพื้นผิว ในมุมต่างๆ ทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ช่วยลดการเกร็งสายตา จึงทำให้รู้สึกสบายตา ซึ่งเหมาะกับ คนที่ต้องขับรถทั้งวัน คนที่ทำงานในทะเลที่ต้องเจอแสงสะท้อนตลอดเวลา จากคลื่นทะเล เช่น ชาวประมง และ นักตกปลาที่ใช้ชีวิตบนผิวน้ำเป็นเวลานาน เพราะผิวน้ำทะเลมีคลื่นตลอดเวลา จึงต้องเผชิญกับแสงสะท้อนจากพื้นน้ำ ที่สะท้อนแสงไดถึง้ 100%

Polarized เลนส์ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกัน รังสี uv ที่มาในแนวตั้ง ดังนั้นกิจกรรมที่ต้องรับแสงตรงๆจากดวงอาทิตย์ จึงไม่เหมาะกับ แว่น polarized

Left is vertical view, right is horizontal view

ส่วนวิธีสังเกต เลนส์polarized ให้ลอง หาแสงสะท้อนที่เกิดจากโลหะ เช่นแสงสะท้อนจากท้ายรถ แล้วมองผ่านแว่น polarized แสงสะท้อนจะลดลง และ ลองหมุนแว่น จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง แสงสะท้อนจะสว่างจ้าเหมือนเดิม เหมือนรูปด้านบน

Readyrun Mirrored lens

ในขณะที่เลนส์ Mirror คือเลนส์ที่ เคลือบจาก metalic film ที่เป็นโลหะ เมื่อแสงผ่านเข้ามาที่เลนส์ จึงถูก metalic film ที่เคลือบอยู่ด้านนอกสะท้อนแสงกลับออกไป และปล่อยให้แสงผ่านได้บางส่วนในปริมาณที่น้อย จึงไม่ต้องเกร็งตาจนเกิดอาการเมื่อยล้า และกันแสงจ้าที่สะท้อนมาจากพื้นผิวต่างๆ ได้ดีทีเดียว แต่การตัดแสงสะท้อนจากแนวราบจะสู้ เลนส์ polarized ไม่ได้

Reflection of Mirrored lens

ส่วนวิธีสังเกตุเลนส์ mirror นั้นง่ายมาก คือเลนส์จะมีลักษณะเหมือนกระจกเล็กๆอันหนึง ซึ่งถ้าเรามองจากด้านนอกก็เหมือนเราส่องกระจก จะมีภาพสะท้อนจากเลนส์ เหมือนรูปด้านบน และนี่คือสาเหตุที่เลนส์ mirror ได้รับความนิยม เพราะการมองจากด้านนอก คนมองจะเหมือนมองกระจก จึงทำให้ไม่เห็นสายตาเรา ว่ากำลังจับจ้องอะไรอยู่ อีกทั้งดูโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน จึงเป็นที่นิยมในบรรดา celeb และเหล่านักกีฬา

แว่นจักรยาน
Mirrored coating sunglasses

ReadyRun Orange color metal film

ReadyRun Green color metal film

ReadyRun Blue color metal film

ส่วนสีของเลนส์ mirror จะมีทั้งสีชมพู สีส้ม สีเขียว สีน้ำเงิน โดยที่สีไม่ได้แสดงถึง ปริมาณแสงที่ผ่านได้มากหรือน้อย เพราะถ้าเป็นเลนส์ mirror แล้ว สีเลนส์เป็นเรื่องของความสวยงาม ที่ต้องผสมผสานกับสีของเฟรมแว่นเพื่อให้ดูดี เราจึงเลือกสีได้ตามใจชอบ ในขณะที่เลนส์กันแดดทั่วไป ที่ไม่ได้มี metalic film สีของเลนส์จะเป็นตัวแยกแยะว่าสีไหน แสงผ่านได้มาก หรือ ผ่านได้น้อย สีไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

Readyrun sunglasses
Brown color film
Readyrun sunglasses
Smoke color film

ส่วนด้านในของเลนส์ โดยปกติจะเคลือบด้วย film สีน้ำตาล หรือ เทา ซึ่งเป็น film ที่ทำให้เกิด contrastได้ดี และไม่บิดเบือนสีจากสีปกติ เราจึงเห็นภาพที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด แว่น mirror จึงเป็นแว่นที่เหมาะกับการใช้งานในคนที่มีกิจกรรม out door ที่รับแสงโดยตรงจากดวงอาทิตย์ จึงเหมาะกับกีฬา out door เช่น วิ่ง ปั่น กอล์ฟ เพราะเลนส์กัน uv ได้ 100%

ไม่ว่าแสงจะมาแนวตั้งจากแสงอาทิตย์ หรือ แนวนอนจากแสงสะท้อน

ส่วนแว่น polarized เป็นแว่นที่เหมาะกับการใช้งานในสถานที่ที่ต้องเจอแสงสะท้อนจากพื้นผิวต่างๆ เช่น น้ำ หิมะ โลหะต่างๆ ในแนวราบ จึงเหมาะกับกิจกรรม ประเภทขับรถ เดินเรือ เพราะมีกระจก และ หลังคา คอยกันรังสี uv ที่มาจากแสงอาทิตย์โดยตรง

แว่น polarized จึงไม่กัน uv ได้ 100% ควรเช็คให้แ่นนอน ว่ามีการเคลือบ flim ที่กัน uv ด้วยหรือไม่

Polarized lens polarized lens

Mirrorred lens

#ปั่นทัวร์ริ่ง ใช้แว่นอะไร

การปั่นทัวร์ริ่ง เป็นการปั่นที่กินเวลายาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น และมีโอกาสล่วงเลยไปถึงค่ำ มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดทาง เจอทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่ ร้อน ฝน และ หนาว เจอทุกสภาพถนน แบบไม่คาดฝัน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ที่เราไม่เคยไป และมันความท้าทายของทัวร์ริ่ง

แว่นสำหรับปั่นทัวร์ริ่ง จึงจำเป็นต้องตอบรับ กับสถานการณ์จริง การเลือกแว่นที่เหมาะสมจึงช่วยให้การปั่นสนุกขึ้น ลดความกังวล และมีสมาธิในการปั่นมากขึ้น

แว่นที่ใช้จึงควรเป็น แว่นกีฬาเลนส์ปรับแสง หรือ เลนส์photochromic หรือ เลนส์ transition หรือ เลนส์ออโต้ ไม่ว่าจะเรียกกันว่าอะไร แต่มีคุณสมบัติดังนี้

เมื่อเลนส์ถูกรังสี uv เลนส์จะเปลี่ยนสีจากอ่อนเป็นเข้มภายในเสี้ยวนาที ด้วยสารที่ใช้เคลือบเลนส์ จะทำปฎิกริยากับรังสี uv ทำให้สีของเลนส์เข้มขึ้น จึงทำให้แสงผ่านเลนส์ได้น้อยลง จาก VLT cat 1 ไป VLT cat 3 เราจึงไม่ต้องหยีตา เมื่อเจอแสงจ้า

ในทางกลับกัน เมื่อรังสี uv หมดไป หรือพระอาทิตย์ตกดิน เลนส์ก็จะปรับสภาพกลับมา ที่ cat 1 หรือเลนส์ยอมให้แสงผ่านเพิ่มมากขึ้น ทำให้เรามองเห็นมากขึ้นในตอนกลางคืน

การผลิตเลนส์ photochromic มี 2 แบบ

1. วิธี digging หรือใช้จุ่ม เลนส์ เพื่อทำให้เป็นเลนส์ปรับแสง

2. วิธี injection หรือ อัดขึ้นรูป ให้ได้เลนส์ออโต้ หรือ เลนส์ปรับแสง แบบจุ่ม คุณภาพ จะด้อยกว่า แบบ ฉีด ซึ่งผู้ใช้อาจจะดูยากหน่อย ต้องใช้เวลา เพราะเลนส์จะเริ่มไม่เปลี่ยนสี

นอกจากตัวเลนส์ ที่ต้องปรับแสงแล้ว แว่นควรมีคุณสมบัติอื่นๆที่จำเป็นมากๆ คือ

1. Water repellent เลนส์ควรจะลดการเกาะตัวของหยดน้ำ จากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ฝนตก แดดออก

2. Vent designed แว่นควรมีรูปแบบที่ลดการเกิดฝ้า การทำช่องระบายหลายๆจุด ทั้งตัวเลนส์ ขาแว่น และ แท่นรองจมูก จะช่วยให้เกิดการระบายความร้อนจากด้านนอก และ ด้านในของตัวแว่นได้รวดเร็ว

3. Custom fit แว่นควรปรับได้ตามรูปลักษณ์ของจมูก และ ความกว้างของศีรษะ เพื่อป้องกันแว่นตก หรือลื่นไหลในขณะที่ปั่น โดยเฉพาะตอนขึ้นเขา เราคงไม่อยากปล่อยมือ มาขยับแว่น

4. จุดสัมผัส ควรเป็นยาง silicon เพื่อลดการเสียดสี ด้วยการเดินทางที่ยาวนาน

5. เลนส์ต้องผ่านมาตรฐาน impact resistant คือสามารถทนแรงกระแทก จากการดีดของหิน โดยรถยนต์ รถบรรทุก ที่วิ่งผ่านเรา

6. ค่า VLT (visible light transmission) อยู่ระหว่าง category 1 และ cat 3

ค่า VLT ที่เหมาะกับ แสงแดด เนื่องจาก เลนส์photochromiic จะมี range หรือ ช่วง ของการเปลี่ยนสีความเข้มของเลนส์ ซึ่ง จะมี range อยู่ที่ 40-50%

ดังนั้นถ้าเลนส์ ก่อนเจอแสงแดดใสมาก พอเจอแดด ก็จะเอาไม่อยู่ จนหลายคนใส่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแว่น

ค่า VLT เมื่อเจอแดด ควรอยู่ที่ 8-17% หรือ category 3 จึงจะรู้สึกสบายตาเมื่อเจอแดด

ค่า VLT = 100% แปลว่า แสงมา 100% ผ่าน 100% เลนส์จะใส

ค่า VLT = 1% แปลว่า แสงมา 100% จะผ่านได้ 1% เลนส์จะเข้ม

รายละเอียดเพิ่มเติม

Line ID: number2gadget

#ปั่นทัวร์ริ่ง คำเตือน 6 ข้อ

ความฝันที่จะปั่นจักรยาน แบบค่ำไหน นอนนั่นมีมานานหลายปีในความคิดและแล้วผมก็คิดได้ว่า ถ้าไม่ลงมือทำ ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง

วันก่อนออกเดินทาง เนื่องจากเป็นทริปแรก จึงตั้งใจว่าเอาแค่วันละ 100 kms 3 วัน 300 kms แผนการง่ายๆ ไปหาที่ปั่นที่รถน้อยๆ อากาสดีๆ มีวิวให้แวะระหว่างทาง ปั่นไปแวะไป แบบ slow life เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม น้อยที่สุด เบาที่สุด ใช้งานได้จริง

Day1

เรารวมกันได้ 3 คน นัดออกจากกรุงเทพ 6 โมงเช้า ออกจริง 7 โมงกว่า เอาจักรยานขึ้นรถกระบะ ไปหาที่ฝากรถ แล้วออกเดินทาง เอาแบบค่ำไหน นอน(โรงแรม)นั้น

ถึงจันทน์เกือบ 11 โมง จอดบ้านพี่ที่เพื่อนรู้จัก ตั้งใจว่าจะไปคลองใหญ่ จังหวัดตราด พี่เจ้าของบ้าน พี่นามองหน้าพวกเรา แบบเป็นห่วง ไหวรึ?

ถ่ายรูปหมู่ก่อนออกเดินทาง ให้พี่เค้าช่วยถ่ายให้ ตั้งท่าไปหลายรูป ติดแค่รูปเดียว เจ้าที่ไม่อนุญาติหรือไม่ กล้องมีปัญหา แต่น่าจะเป็นอันหลังมากกว่า

พอออกรถก็เริ่มรู้ว่า รถหนักมาก แดดแรงจัดรู้สึกร้อนมากๆ น้ำก็ลืมเติม ร้านค้าปิดหมดความเครียดเริ่มเข้ามา

คำเตือนข้อที่1 อย่าหวังน้ำบ่อหน้า

จุดแรกที่แวะกัน กี่กิโลก็จำไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าหิวน้ำ และร้อนมากเราจึงแวะเล่นน้ำที่น้ำตกพริ้วต่อ

เราเดินทางต่อ ตั้งใจว่าจะเกาะกลุ่มกัน แต่แล้วกลายเป็นแบบตัวใครตัวมัน ผมโดนทิ้งอยู่ข้างหลังคนเดียว และแล้ว….รถด่วนมันยางรั่ว

ยางรั่วครั้งที่ 1 ได้ผลต้องจอดรอเรา เพราะปะยางไม่เป็น Aha ได้โอกาสเอาคืน โทษฐานไม่รอ เลยนั่งกระดิกเท้าสั่งๆๆๆๆ เรียบร้อยออกเดินทางต่อ ไปไม่ถึง 3 นาที บอกเราว่ายางแบนอีก

ยางรั่วครั้งที่ 2 เลยถามว่าตอนให้คลำยางนอก คลำดีมั้ย คำตอบคือ “คลำหมดแล้ว ” แน่ใจนะ? งัดยางในออกมา หารูรั่ว จุดรั่วห่างกันนิดเดียว แล้วก็เจอเจ้าสิ่งนี้ฝังอยู่ที่ยางนอก

มันคือเศษแก้วนั้นเอง

นี่ไง?

คำเตือนข้อที่2 อย่าไว้ใจคนไม่เคยปะยาง

ปะยางเสร็จเดินทางต่อ ไม่ทันไร คันที่ 2 ตะโกนมา “พี่ยางแบน” รั่วครั้งที่ 3 ในใจคิดว่า วันนี้เป็นวันอะไรฟะ

ปะยางเสร็จมองนาฬิกา สงสัยคงไปได้แค่ตัวเมืองตราด เพราะฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เป็นวันที่แสนสาหัส เจอแดดก่อน ตามมาด้วยฝน และ หนาว แถมปะยาง 3 ครั้งในวันเดียวกัน

และแล้วรองเท้าพัง เลยต้องถอยใหม่แถวตลาด

แว่นจักรยานเลนส์photochromic

ความมืดมาเยือน เรายังเหลืออีกหลายสิบกิโล กว่าจะถึงตัวเมือง ขาแรงเริ่มมีปัญหาเรื่องแว่น ต้องถอดแว่นมาฝากที่รถผม เพราะมองไม่เห็นเส้นทาง ยอมไปวัดใจกับแมลง และ เศษหินมีาอาจถูกดีดมาจากรถบนถนน โดยปั่นแบบถอดแว่น เป็นความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง

ส่วนผมชิลมากๆ เพราะใช้แว่นเลนส์ปรับแสง

คำเตือนข้อ3 ต้องใช้แว่นเลนส์ปรับแสงในการปั่นทัวร์ริ่งเท่านั้น

ทั้ง 2 คนปลอดภัยจากการไม่ใส่แว่น

พอถึงตราด คำถามที่ตามมา นอนไหนดี? ปั่นไปมองหาโรงแรมไป เริ่มจะไม่เข้าท่า สุดท้าย เราต้องพึ่งพา #ok google เราจึงได้นอนที่ดีๆ แบบนี้ ในราคาย่อมเยาว์

ก่อนแยกเข้าห้อง เราตกลงกันว่า จะไม่ปลุกกัน เพราะหมดสภาพ

Day2

รูปหมู่ก่อนเดินทางตอนสายวันที่2

อาหารเช้าของพวกเรา

OMG ที่นี้บะหมี่ใส่กั้งด้วย

กินกันไม่ยั้ง แล้วออกเดินทางต่อ

เหมือนเดิมโดนทิ้งอีกแล้ว ปั่นสักพัก ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน มองหาห้องน้ำ ไม่คิดหาเพื่อนเพราะมันไปแล้ว

สั่งปุ๊ป วิ่งเข้าห้องน้ำ และไปต่อ

ปั่นไปสักพัก น้ำปั่นออกฤทธิ์ ทีนี้ไม่มีร้านกาแฟ เอาไงดี ตั้งสติ ชีวิตต้องไม่ตกอับ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เห็นเป้าหมายแล้ว มันอยู่อีกฝั่งของถนน 4 เลนพร้อมเกาะกลางอันใหญ่โต นั้นไงร้านก๋วยเตี๋ยว ต้องมีห้องน้ำ

จอดรถปุ๊ป สั่งแก้เขิน แล้วถามหาห้องน้ำทันที

ไม่ได้หิว แต่ต้องสั่ง

ไอ้เพื่อนแสบ ไลน์มา ถามว่า อยู่ไหน? ตอนนั่งปลดทุกข์ เลยตอบไปว่า

ในใจคิดว่า ชวนมาปั่น touring ไม่ใช่ racing

คำเตือนข้อ4 อย่าอยู่บ๊วย

แล้วก็ออกเดินทางต่อแบบ แหยงๆ กลัวข้าศึกจะมาบุกอีกรอบ เส้นทางอันแสนน่ากลัว มีแต่รถพ่วง ที่เหยียบไม่ยั้ง และไม่มีไหล่ทาง งานนี้จะรอดมั้ย

และแล้วก็เห็นทะเลในเย็นวันที่ 2 เราจอดรถมองหาที่กิน

เพื่อนเดินไปถาม ร้าน seafood ที่ไหนอร่อย เจ้าของร้าน ทำหน้างงๆ แบบสุดชีวิต พูดไม่ออก ตอบแบบอึกอัก ว่า อร่อยทุกร้าน มารู้ทีหลังว่า แกก็ขาย sea food เล่นถามแบบนี้ พี่ไปต่อไม่เป็น แค่นั้นละครับ ขำไม่ออก

และเราก็ได้ sea food ของพี่แก ต้องบอกว่าร้านอร่อยมากก สด

นีกว่าหอย นิวซีแลนด์ มันใหญ่มาก

ส้มตำกั้ง จาน ที่ 2

ลืมถ่ายไข่เจียวกั้ง เช็คบิลมา 1000 นิดๆ นึกว่าคิดเงินผิด

อิ่มท้องเลยปั่นหาโรงแรม

ไม่ได้นอนที่นี่ครับ เนื่องจากมีการเจรจากับเจ้าแรกไปแล้ว น่าเสียดายเหมือนกัน

Day 3 ไปเขมร

เนื่องจากความไม่มั่นใจ ในรถพ่วง จึงตัดสินใจว่า จะไม่ปั่นกลับ เส้นเดิม เลยมีการตกลงกับเจ้าของโรงแรมให้หารถไปส่งที่จันทน์

แผนผิดพลาด ไม่เป็นไปตามแผน คนรับปากไปธุระแต่เช้า เอาไงดี

เลยต้องรบกวนพี่นา ให้ส่งคนมารับ มีรถมาแล้วเปลี่ยนแผนเลย

คำเตือนข้อ5 ควรมีเพื่อนในเส้นทางที่ปั่น

และเราก็อยู่ในเขมร นั่งจิบกาแฟ

ได้โปรมา 2 แถม 1 เหล้ารัม สก๊อต ตีกลับจันทน์ เวลาเหลือ เลยหาที่ๆสวยๆปั่นต่อได้อีก 20 กว่าโล แถวคุ้งวิมาน

และนี่คือตัวเลขปิดท้ายทริปนี้ ต่ำกว่าแผนไป 100 เดียวเอง

Day 4 แก๊งสัปปะรด

เรามาถึงบ้านพรรคพวกที่บ้านฉาง ตอน 3 ทุ่มกว่าๆ อากาศเริ่มเย็นมาก ผมหยิบขวดเหล้ารัม ลงมา บรรยากาศพาไป แถม มะนาวยักษ์ กับ โซดา ทำให้ทุกอย่างลื่นไหลไปหมด ผมคุยกับเจ้าของบ้านอย่างถูกคอ ทั้งๆที่รู้จักกันครั้งแรก

ผมโดนปลุกให้ตื่นตอน 9 โมงกว่า ท่ามกลางฝูงม้า และไร่สัปปะรด แบบงงๆ ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เพราะโปรเหล้ารัม 2 แถม 1 เมื่อคืนกับเจ้าของไร่ ทำเอามึนไปหมด

เจ้าของฟาร์มม้า พาไปตัดสัปปะรด ให้เอากลับบ้านเป็นของฝาก และก็พาไปร้านส้มตำอันโด่งดังในแถบนั้น แค่เดินเข้าร้านคนต้อนรับก็ถามทันทีว่าจองไว้รึเปล่าคะ เลยต้องถอยหลังให้เจ้าของฟาร์มม้า โผล่หน้าให้เจ้าของร้านส้มตำเห็น

ร้านนี้ต้องโทรจอง เพราะของเค้าดีจริงๆ ระหว่างกิน ก็มีไลน์ เด้งขึ้นมา ผมก็งงๆ ว่าอ้าวทำไมเจ้าของฟาร์ม มีไลน์เรา เค้า ก็งง ว่าทำไมผมถึงงง

จนเพื่อนบอกว่า ก็เมื่อคืน เอ็งไปขอเบอร์โทรเค้าไม่ใช่รึ

ที่แท้เป็นเพราะ รัม มะนาว โซดา นั้นเอง ที่ทำให้ความจำหายไปชั่วขณะ กว่าจะลำดับเหตุการ์ณได้ ก็หลายชั่วโมง

คำเตือนข้อ6 อย่าsaveเบอร์คนอื่นตอนเมา

เพื่อให้แน่ใจว่า ผมกลับจากเขมรแล้ว จึงถ่ายรูปนี้ไว้กันลืม ก่อบกลับกรุงเทพ

#คอรัปชั่น 10 อันดับโลก

ถ้าจะว่ากันแล้ว ทุกประเทศในโลกนี้ มีการคอรัปชั่นหมด ต่างกันที่ ความเข้มข้น

มีนักกฎหมายหลายประเทศ พยายามออกกฏหมายมาแก้ปัญหาการคอรัปชั่น ให้หมดไป แต่ก็จะมีคนหาทางเล็ดรอดกฎหมายได้เรื่อยๆ

จนมีคนกล่าวว่า “ต่อให้แก้กฎหมายให้ทันสมัยเพียงใด ก็จะมีคนสามารถหาช่องโหว่ได้ตลอดเวลา เราไม่มีทางขจัดคอรัปชั่น ให้หมดไปจากโลกนได้ี้ แต่ที่เราทำได้คือ ควบคุมมัน ไม่ให้ขยายใหญ่โต”

คำถามต่อมาคือ ทำไมทั่วโลกจึงมีการคอรัปชั่น?

เอาเท่าที่รู้ ก็คือ

1. การเลี้ยงดูในวัยเด็ก ” เงียบนะ อย่าร้อง เดี๋ยวพาไปกินขนม” เราจะคุ้นกับ การพูดคุยของพ่อ แม่ กับ ลูก ประมาณนี้โดยเฉพาะคนในโซนเอเชีย

ประมาณว่าเป็นธรรมชาติ ของมนุษย์ในการเลี้ยงดูเด็ก

2. ความขาดแคลน ความยากจน ความไม่พอเพียง ” ช่วยได้มั้ยครับ แค่นี้เอง” เป็นเรื่องของ ปากท้อง ที่ต้องเอาตัวให้รอด

3. การเจรจาต่อรอง ” If you do this, I will do that” หลักการเจรจาต่อรอง คือ การแลกเปลี่ยน สิ่งที่อีกฝ่ายทำให้ได้ เป็นเรื่องของการทำธุรกิจ

คำถามต่อมา ทำไม ประเทศในแต่ละโซน จึงมีความเข้มข้น ในการคอรัปชั่นแตกต่างกัน

จากรูปแดงเข้ม คือ คอรัปชั่นมาก

ยุโรป เอเซีย ออสเตรเลีย

อเมริกา

จะเห็นว่า แถวเอเซีย กับ แอฟริกา และอเมริกาใต้ จะแดงเข้มค่อนข้างมาก ซึ่งพอจะบอกได้ว่า มีเรื่องของความยากจนในทวีปแอฟริกา และอเมริกาใต้ การเลี้ยงดูแบบ เอเซีย ในขณะที่ยุโรป อเมริกา และ ออสเตเลียค่อนข้างเบาบาง

ทำไมยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย จึงค่อนข้างน้อย น่าจะเป็น 1.เรื่องของวิธีการเลี้ยงดูในวัยเด็กที่แตกต่างกับทสงเอเชีย 2.จัดอยู่ในประเทศร่ำรวย มีอันจะกิน แต่คงเป็นเป็นเรื่องของการเจรจาต่อรอง จึงหนีไม่พ้นเรื่อง คอรัปชั่น

ลองมาดู Top 10 กับ Lowest 10 ข้อมูลเหล่านี้ น่าจะเป็นการตอกย้ำได้อีก

10 อันดับที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุดในโลก เป็นยุโรป และ canada กับ singapore

ทำไม? มีเอเซีย ติดอันดับ ทำไมเป็นสิงคโปร์

1. การเลี้ยงดู ยังเป็นเอเซีย

2. ความยากจน ปัจจุบัน เป็นประเทศร่ำรวย

3. การเจรจาต่อรอง เป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อใช้หลัก 3 ตัวนี้จับ ก็เป็นไปได้ว่า ความมีอันจะกินของประชาชนในประเทศ ช่วยให้สิงคโปร์ ติดอันดับการคอรัปชั่นที่ต่ำลง

10 อันดับที่มีการคอรัปชั่นมากที่สุด

จะเห็นว่า มีทั้งอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเซีย

มีสิ่งเดียวที่เหมือนกัน คือความจน ความขาดแคลนทรัพยากร และสงคราม

วิธีเลือก แว่นใส่วิ่ง 

วิธีเลือก แว่นใส่วิ่ง 

แว่นใส่วิ่ง นักวิ่งส่วนใหญ่ จะไม่สวมแว่นในขณะวิ่ง จากรายงานของ The Vision Counsil มีชาวอเมริกันเพียง 1ใน 3 ที่ใส่แว่นวิ่ง

นักวิ่งส่วนใหญ ่ให้ความสนใจไปที่รองเท้า และ ชุดใส่วิ่งในอันดับต้นๆ แต่เมื่อการวิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น แว่นใส่วิ่ง จึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่า

  1. ป้องกัน ฝุ่นผง แมลง และ เศษหิน ที่กระเด็นมาจากการดีด ของรถที่วิ่งผ่านไปมา ทุกทิศทาง
  2. ลดอาการตาแห้ง จากลม สำหรับคนที่ดวงตา sensitive
  3. ป้องกัน แสง uv ที่เป็นอันตรายต่อดวงตา และทำให้เกิดต้อ ในระยะยาว
  4. ลดแสงจ้าที่สะท้อนจากพิ้นผิวต่างๆ ที่ทำให้ตาพร่ามัวฉับพลัน
  5. การไม่สวมแว่น เหมือนกับการไม่สวมหมวกกันน๊อค ปั่นจักรยาน หรือ ขี่จักรยานยนต์

การเลือกแว่นใส่วิ่งจึงต้องคำนึงถึง

1.การป้องกันรังสี uv ที่เราต้องเจอทุกครั้ง ที่อยู่กลางแจ้งในเวลากลางวัน แม้ไม่มีแสงแดด ก็ไม่ได้แปลว่า ไม่มีรังสี uv เพราะ uv สามารถทะลุผ่านก้อนเมฆได้

แว่นกีฬาน้ำหนักเบา ReadyRun

แว่นกีฬาน้ำหนักเบา ReadyRun

2.น้ำหนักรวมของแว่นต้องเบา แว่นควรเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายระหว่างวิ่ง ไม่ควรเป็นภาระที่ต้องแขวนหู และกดดั้งจมูกระหว่างวิ่ง น้ำหนักที่เบา จะช่วยลดการกดของแว่นที่ดั้งจมูก และไม่ทำให้เราอึดอัด หรือ รู้สึกเสียดสีดั้งจมูก

    แว่นใส่วิ่ง Light weight 19 g.

    3. Custom fit แว่นที่สามารถปรับแท่นรองจมูกได้ ช่วยให้เราสามารถปรับระยะห่างของแว่นกับขนตาได้ และป้องกันการไหลลงของตัวแว่น

    แว่นใส่วิ่ง Adjustable nosepad

    แว่นใส่วิ่ง Adjustable temple

    แว่นใส่วิ่ง

    4.Rubber tip จุดสัมผัสกับผิวหน้าคือแท่นรองจมูก และ ขาแว่น ควรเป็นยางหรือ silicone ที่นุ่ม เพื่อลดการเสียดสี

    360° adjustable temple

    360° adjustable temple

    360° adjustable nosepad

    360° adjustable nosepad

    5.ANTI-BOUNCING ใส่แล้วแว่นไม่เด้งตามจังหวะการวิ่งของเรา ด้วย metal insert ที่แท่นรองจมูก และ ขาแว่น เพื่อปรับแว่นให้กระชับกับรูปหน้าของนักวิ่ง

    แว่นใส่วิ่ง Water repellent coating lens

      6.Water repellent เลนส์ต้องลดการเกาะตัวของหยดน้ำ เพื่อการมองเห็นในขณะฝนตก หรือ เหงื่อที่หยดลงเลนส์

      แว่นใส่วิ่ง Wrap around shape

      7.Wraparound shape หรือ แว่นทรงสปอร์ต ช่วยกันแสง และ รังสี uv จากด้านข้าง

      แว่นใส่วิ่ง Vent designed ลดการเกิดฝ้า

      8.Vent designed ลดการเกิดฝ้าที่เลนส์ ด้วยช่องระบายอากาศ ที่ช่วยถ่ายปรับอุณหภูมิ ด้านในกับด้านนอก ได้เร็วขึ้น การเลือก แว่นใส่วิ่ง จึงต้องคำนึงถึง คุณภาพ เหล่านี้ พร้อมกับ ดีไซน์ ที่เราชอบ

        #แว่นจักรยาน ทำไมตัองมีมาตรฐาน

        #แว่นจักรยาน ทำไมตัองมีมาตรฐาน

        ตามมาตรฐาน FDA กำหนดให้แว่นตาที่จะจำหน่ายในอเมริกา โดยผู้ผลิตในประเทศ และ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ตัองผ่านการทดสอบ Impact Resistant (ทนต่อแรงกระแทก) เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคชาวอเมริกัน จากการบาดเจ็บ และสูญเสียดวงตา จึงได้กำหนดมาตรฐาน American National Standard Institute หรือ ชื่อย่อ ANSI ออกมาดังนี้

        1.ANSI Z80.1 สำหรับแว่นสายตา และ แว่นแฟชั่น

        2.ANSI Z80.3 สำหรับแว่นกันแดดกีฬา เป็นมาตรฐานที่ สูงกว่า Z80.1

        3.ANSI Z87.1 สำหรับแว่น Safety เป็นมาตรฐานสูงสุดของ Impact resistant เนื่องจากใช้มาตรฐานสูงกว่า Z80.1 และ Z80.3 ในการทดสอบ

        Impact resistant testing Impact resistant testing

        ส่วนการทดสอบจะเป็น Drop-ball Test ที่ความสูง 50 นิ้วโดยการส่งตัวอย่างมาทำการทดสอบ ส่วนวิธีการทดสอบจะใกล้เคียงกับใน You tube

        การทดสอบจะมีทั้งการทดสอบ แบบก่อนเคลือบ (semi-finished good)กับหลังเคลือบส่วนผสมต่างๆ(finished good) เนื่องจากส่วนผสมต่างๆ จะทำให้เลนส์เปราะลง ดังนั้นการทดสอบหลังจากเคลือบส่วนผสมต่างๆ จะเป็นการทดสอบที่ผ่านยากกว่า อาทิเช่น เลนส์ที่เคลือย mirror coating(ช่วยให้แสงสะท้อนกลับ), anti-scratch(ลดรอยขีดข่วน), water- repellence (ลดการเกาะตัวของหยดน้ำที่เลนส์)

        Impact resistant lens
        Impact resistant lens
        Impact resistant lens

        ส่วนผู้ผลิตจะต้องทำการทดสอบ เพื่อให้สินค้าของตัวองผ่านการรับรองจากสถาบันต่างๆ เพื่อให้สินค้าของตัวเองผ่านมาตรฐานของปนะเทศนั้นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะอิงกับอเมริกาเป็นหลัก เพราะกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเป็น กฎหมายสูงสุดของอเมริกา

        Lab test
        Lab test

        รายละเอียดเพิ่มเติม

        http://www.number2gadgetshop.com

        Impact resistant sunglass
        Impact resistant sunglass

        รายละเอียดเพิ่มเติม

        http://www.number2gadgetshop.com/products.php?catid=25

        https://www.facebook.com/number2gadget/