แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง จำเป็นต้องใสมั้ย?

เลนส์ปรับแสง

Photochromic sunglasses

เลนส์ปรับแสง หรือ เลนส์photochromic ส่วน transition เป็นชื่อยี่ห้อ ของเลนส์ photochromic

ทำไมจึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักปั่น

นักปั่นหลายคนปั่นนานขึ้น จึงเจอกับหลายสภาพอากาศ

แว่นจักรยานเลนส์ปรับแสง เป็นแว่นที่ทำใช้ได้กับทุกสภาพอากาศ

การทำงานของเลนส์ ปรับแสง photochromic

เลนส์ปรับแสง จะทำปฏิกริยากับรังสี uv ด้วยสารที่ผสมลงในตัวเลนส์ ที่มีชื่อว่า silver chloride

Photochromic sunglasses

ก่อนโดนรังสี uv : ค่า VLT cat#3= 48%

Photochromic sunglasses
หลังทำปฏิกิริยากับแสง uv :ค่า VLT cat#1= 12%

VLT Range อยู่ระหว่าง cat#1-cat#3

แว่นจักรยาน เลนส์ปรับแสง

ค่า VLT category คืออะไร

ความหมายของ VLT (visible light transmission) คือ ปริมาณแสงที่เลนส์ยอมให้ผ่านได้ ตัวอย่าง

  1. VLT 100% คือแสงผ่านได้หมด เป็นเลนส์ใส
  2. VLT 1% คือแสงแทบจะผ่านไม่ได้ เลนส์มืดสนิท
  3. ส่วน category คือ ช่วง % ที่แสงผ่านได้ เพื่อกำหนดประเภทการใช้งาน

ลักษณะเลนส์ photochromic

  1. เลนส์เปลี่ยนสีเมื่อทำปฏิกริยากับรังสี uv
  2. วันที่ฟ้าครึ้ม ไม่ได้แปลว่าไม่มีรังสี uv เพราะ uv สามารถทะลุผ่านก้อนเมฆได้
  3. การใช้งานภายในรถ จะไม่ทำให้เลนส์เปลี่ยนสี เพราะ รังสีuv ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกรถได้
  4. อากาศเย็น เลนส์จะปรับสีเข้ม ได้มากกว่าอากาศร้อน
  5. การเปลี่ยนสีของเลนส์ เป็นเรื่องของการเปลี่ยนค่า VLT ไม่เกี่ยวกับการกัน uv ได้ลดลง
  6. เลนส์ปรับแสง มี 2 แบบ คือแบบจุ่ม กับ แบบเคลือบด้วยฟิล์มเป็นชั้น คุณภาพจะต่างกัน ราคาก็ต่างกัน

การเลือกเลนส์ปรับแสง

1.เลนส์ปรับแสง ที่เคลือบด้วยฟิลม์ เลนส์จะเปลี่ยนสีเร็วกว่า และมีอายุการใช้งานนานกว่า แบบจุ่ม

2. เลนส์ที่ใสเกินไป พอทำปฏิกริยากับรังสี uv จะปรับเป็นสีเข้มได้น้อย ผลคือ แสบตา

ดังนั้น เลนส์ปรับแสงสำหรับปั่นจักรยานจึงไม่จำเป็นต้องใส เมืองไทยอยู่ในเขตที่มีรังสี uv ในระดับสูงสุด

Related topic

เลนส์ prizm คืออะไร

Advertisements
#ปั่นทัวร์ริ่ง คำเตือน 6 ข้อ

ความฝันที่จะปั่นจักรยาน แบบค่ำที่ไหน นอนที่นั่น วนเวียนอยู่ในวังวนความคิดมานาน

และวันหนึง ผมก็ลงมือทำ

เนื่องจากเป็นทริปแรก จึงตั้งใจว่าเอาแค่วันละ 100 kms 3 วัน 300 kms แผนการง่ายๆ ไปหาที่ปั่นที่รถน้อยๆ อากาศดีๆ มีวิวให้แวะระหว่างทาง ปั่นไปแวะไป แบบ slow life เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม น้อยที่สุด เบาที่สุด ใช้งานได้จริง

Day1

เรารวมกันได้ 3 คน นัดออกจากกรุงเทพ 6 โมงเช้า ออกจริง 7 โมงกว่า เอาจักรยานขึ้นรถกระบะ ไปหาที่ฝากรถ แล้วออกเดินทาง เอาแบบค่ำไหน นอน(โรงแรม)นั้น

ถึงเมืองจันทน์เกือบ 11 โมง จอดบ้านพี่ที่เพื่อนรู้จัก ตั้งใจว่าจะไปคลองใหญ่ จังหวัดตราด พี่เจ้าของบ้าน พี่นามองหน้าพวกเรา แบบเป็นห่วง ไหวรึ?

ถ่ายรูปหมู่ก่อนออกเดินทาง ให้พี่เค้าช่วยถ่ายให้ ตั้งท่าไปหลายรูป ติดแค่รูปเดียว เจ้าที่ไม่อนุญาติหรือไม่ กล้องมีปัญหา แต่น่าจะเป็นอันหลังมากกว่า

พอออกรถก็เริ่มรู้ว่า รถหนักมาก แดดแรงจัดรู้สึกร้อนมากๆ น้ำก็ลืมเติม ร้านค้าปิดหมดความเครียดเริ่มเข้ามา

คำเตือนข้อที่1 อย่าหวังน้ำบ่อหน้า

จุดแรกที่แวะกัน กี่กิโลก็จำไม่ได้ รู้อย่างเดียวว่าหิวน้ำ และร้อนมากเราจึงแวะเล่นน้ำที่น้ำตกพริ้วต่อ

เราเดินทางต่อ ตั้งใจว่าจะเกาะกลุ่มกัน แต่แล้วกลายเป็นแบบตัวใครตัวมัน ผมโดนทิ้งอยู่ข้างหลังคนเดียว และแล้ว….รถด่วนมันยางรั่ว

ยางรั่วครั้งที่ 1 ได้ผลต้องจอดรอเรา เพราะปะยางไม่เป็น Aha ได้โอกาสเอาคืน โทษฐานไม่รอ เลยนั่งกระดิกเท้าสั่งๆๆๆๆ เรียบร้อยออกเดินทางต่อ ไปไม่ถึง 3 นาที บอกเราว่ายางแบนอีก

ยางรั่วครั้งที่ 2 เลยถามว่าตอนให้คลำยางนอก คลำดีมั้ย คำตอบคือ “คลำหมดแล้ว ” แน่ใจนะ? งัดยางในออกมา หารูรั่ว จุดรั่วห่างกันนิดเดียว แล้วก็เจอเจ้าสิ่งนี้ฝังอยู่ที่ยางนอก

มันคือเศษแก้วนั้นเอง

นี่ไง?

คำเตือนข้อที่2 อย่าไว้ใจคนไม่เคยปะยาง

ปะยางเสร็จเดินทางต่อ ไม่ทันไร คันที่ 2 ตะโกนมา “พี่ยางแบน” รั่วครั้งที่ 3 ในใจคิดว่า วันนี้เป็นวันอะไรฟะ

ปะยางเสร็จมองนาฬิกา สงสัยคงไปได้แค่ตัวเมืองตราด เพราะฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เป็นวันที่แสนสาหัส เจอแดดก่อน ตามมาด้วยฝน และ หนาว แถมปะยาง 3 ครั้งในวันเดียวกัน

และแล้วรองเท้าพัง เลยต้องถอยใหม่แถวตลาด

แว่นจักรยานเลนส์photochromic

ความมืดมาเยือน เรายังเหลืออีกหลายสิบกิโล กว่าจะถึงตัวเมือง ขาแรงเริ่มมีปัญหาเรื่องแว่น ต้องถอดแว่นมาฝากที่รถผม เพราะมองไม่เห็นเส้นทาง ยอมไปวัดใจกับแมลง และ เศษหินมีาอาจถูกดีดมาจากรถบนถนน โดยปั่นแบบถอดแว่น เป็นความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง

ส่วนผมชิลมากๆ เพราะใช้แว่นเลนส์ปรับแสง

คำเตือนข้อ3 ควรใช้แว่นเลนส์ปรับแสงในการปั่นทัวร์ริ่งเท่านั้น

ทั้ง 2 คนปลอดภัยจากการไม่ใส่แว่น

พอถึงตราด คำถามที่ตามมา นอนไหนดี? ปั่นไปมองหาโรงแรมไป เริ่มจะไม่เข้าท่า สุดท้าย เราต้องพึ่งพา #ok google เราจึงได้นอนที่ดีๆ แบบนี้ ในราคาย่อมเยาว์

ก่อนแยกเข้าห้อง เราตกลงกันว่า จะไม่ปลุกกัน เพราะหมดสภาพ

Day2

รูปหมู่ก่อนเดินทางตอนสายวันที่2

อาหารเช้าของพวกเรา

OMG ที่นี้บะหมี่ใส่กั้งด้วย

กินกันไม่ยั้ง แล้วออกเดินทางต่อ

เหมือนเดิมโดนทิ้งอีกแล้ว ปั่นสักพัก ท้องไส้เริ่มปั่นป่วน มองหาห้องน้ำ ไม่คิดหาเพื่อนเพราะมันไปแล้ว

สั่งปุ๊ป วิ่งเข้าห้องน้ำ และไปต่อ

ปั่นไปสักพัก น้ำปั่นออกฤทธิ์ ทีนี้ไม่มีร้านกาแฟ เอาไงดี ตั้งสติ ชีวิตต้องไม่ตกอับ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เห็นเป้าหมายแล้ว มันอยู่อีกฝั่งของถนน 4 เลนพร้อมเกาะกลางอันใหญ่โต นั้นไงร้านก๋วยเตี๋ยว ต้องมีห้องน้ำ

จอดรถปุ๊ป สั่งแก้เขิน แล้วถามหาห้องน้ำทันที

ไม่ได้หิว แต่ต้องสั่งเพื่อขอเข้าห้องน้ำ

ไอ้เพื่อนแสบ ไลน์มา ถามว่า อยู่ไหน? ตอนนั่งปลดทุกข์ เลยตอบไปว่า

ในใจคิดว่า ชวนมาปั่น touring ไม่ใช่ racing

คำเตือนข้อ4 อย่าอยู่บ๊วย

แล้วก็ออกเดินทางต่อแบบ แหยงๆ กลัวข้าศึกจะมาบุกอีกรอบ เส้นทางอันแสนน่ากลัว มีแต่รถพ่วง ที่เหยียบไม่ยั้ง และไม่มีไหล่ทาง งานนี้จะรอดมั้ย

และแล้วก็เห็นทะเลในเย็นวันที่ 2 เราจอดรถมองหาที่กิน

เพื่อนเดินไปถามเจ้าของร้านseafood ว่าร้านที่ไหนอร่อย เจ้าของร้าน ทำหน้างงๆ แบบสุดชีวิต พูดไม่ออก ตอบแบบอึกอักว่า อร่อยทุกร้าน

และเราก็ได้ sea food ของพี่แก ต้องบอกว่าร้านอร่อยมากก

นีกว่าหอย นิวซีแลนด์ มันใหญ่มาก

ส้มตำกั้ง จาน ที่ 2

ลืมถ่ายไข่เจียวกั้ง เช็คบิลมา 1000 นิดๆ นึกว่าคิดเงินผิด

อิ่มท้องเลยปั่นหาโรงแรม

Day 3 ไปเขมร

เนื่องจากความไม่มั่นใจ ในรถพ่วง จึงตัดสินใจว่า จะไม่ปั่นกลับ เส้นเดิม เลยมีการตกลงกับเจ้าของโรงแรมให้หารถไปส่งที่จันทน์

แผนผิดพลาด ไม่เป็นไปตามแผน คนรับปากไปธุระแต่เช้า เอาไงดี

เลยต้องรบกวนพี่นา ให้ส่งคนมารับ มีรถมาแล้วเปลี่ยนแผนเลย

คำเตือนข้อ5 ควรมีเพื่อนในเส้นทางที่ปั่น

และเราก็อยู่ในเขมร นั่งจิบกาแฟ เพราะบารมีเพื่อน พวกเราจึงขับรถเข้ามานั่งในจังหวัด เกาะกง เขมร

เมื่อก่อนนึกว่าเป็นเกาะ เข้าใจผิดมาตลอด

นั่งจิบกาแฟ

บรรยากาศโรงแรม และ บ่อนคาสิโน

ชายหาดหลังโรงแรม

ได้โปรมา 2 แถม 1 เหล้ารัม สก๊อต ตีกลับจันทน์ เวลาเหลือ เลยหาที่ๆสวยๆปั่นต่อได้อีก 20 กว่าโล แถวคุ้งวิมาน

และนี่คือตัวเลขปิดท้ายทริปนี้ ต่ำกว่าแผนไป 100 เดียวเอง

Day 4 แก๊งสัปปะรด

เรามาถึงบ้านพรรคพวกที่บ้านฉาง ตอน 3 ทุ่มกว่าๆ อากาศเริ่มเย็นมาก ผมหยิบขวดเหล้ารัม ลงมา บรรยากาศพาไป แถม มะนาวยักษ์ กับ โซดา ทำให้ทุกอย่างลื่นไหลไปหมด ผมคุยกับเจ้าของบ้านอย่างถูกคอ ทั้งๆที่รู้จักกันครั้งแรก

ผมโดนปลุกให้ตื่นตอน 9 โมงกว่า ท่ามกลางฝูงม้า และไร่สัปปะรด แบบงงๆ ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เพราะโปรเหล้ารัม 2 แถม 1 เมื่อคืนกับเจ้าของไร่ ทำเอาความจำหายไปชั่วขณะ

เจ้าของฟาร์มม้า พาไปตัดสัปปะรด ให้เอากลับบ้านเป็นของฝาก และก็พาไปร้านส้มตำอันโด่งดังในแถบนั้น แค่เดินเข้าร้านคนต้อนรับก็ถามทันทีว่าจองไว้รึเปล่าคะ เลยต้องถอยหลังให้เจ้าของฟาร์มม้า โผล่หน้าให้เจ้าของร้านส้มตำเห็น

ร้านนี้ต้องโทรจอง เพราะของเค้าดีจริงๆ ระหว่างกิน ก็มีไลน์ เด้งขึ้นมา ผมก็งงๆ ว่าอ้าวทำไมเจ้าของฟาร์ม มีไลน์เรา เค้า ก็งง ว่าทำไมผมถึงงง

จนเพื่อนบอกว่า ก็เมื่อคืน เอ็งไปขอเบอร์โทรเค้าไม่ใช่รึ

ที่แท้เป็นเพราะ รัม มะนาว โซดา นั้นเอง ที่ทำให้ความจำหายไปชั่วขณะ กว่าจะลำดับเหตุการ์ณได้ ก็หลายชั่วโมง

คำเตือนข้อ6 อย่าsaveเบอร์คนอื่นตอนเมา

เพื่อให้แน่ใจว่า ผมกลับจากเขมรแล้ว จึงถ่ายรูปนี้ไว้กันลืม ก่อบกลับกรุงเทพ

Related topics

แว่นกันแดดใส่วิ่ง why we need